“เมล่อน” เป็นผลไม้ที่มีราคาต่อผลสูง สามารถปลูกได้ดีในประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบอากาศอบอุ่น มีแสงแดดเพียงพอ และใช้ระยะเวลาปลูกค่อนข้างสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น คือประมาณ 60-85 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่เลือกปลูก)
นอกจากนี้ จุดเด่นของเมล่อนเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย เกษตรกรบางพื้นที่เลือกปลูกเป็นพืชทดแทนช่วงฤดูแล้ง เช่นเดียวกับ คุณมะลิ ไผ่แสวง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่ม
ผู้ปลูกเมล่อน ต.โพธิ์ตรุ อ.เมือง จ.ลพบุรี เกษตรกรหญิงแกร่งที่หันมาปลูกเมเล่อนควบคู่กับการทำนา แต่สามารถสร้างรายได้มากกว่าทำนาหลายเท่าตัว
คุณมะลิ เผยว่า ตนเองนั้นปลูกเมล่อนแบบนอกโรงเรือน ปีละประมาณ 2-3 รอบ โดยแต่ละรอบจะใช้พื้นที่เพียง 3-4 ไร่ แต่สามารถสร้างกำไรได้ไม่ต่ำกว่า 50,000-100,000 บาท เลยทีเดียว โดยเมล่อนที่ตลาดต้องการนั้นจะมีขนาดผลประมาณ 1.5-2.5 กิโลกรัม และมีค่าความหวานได้ตั้งแต่ 14-16 บริกซ์ (ค่าบริกซ์ คือ หน่วยวัดความหวานชนิดหนึ่ง) เรื่องความหวานนั้นสำคัญมากสำหรับเมล่อน เพราะเวลาขายจะมีผู้รับซื้อสุ่มวัดค่าความหวานทุกครั้ง หากไม่ถึงเกณฑ์จะขายไม่ได้ทันที
เคล็ดลับ “ความหวาน” ของเมล่อนนั้นมีปัจจัยมาจากอะไรบ้าง? เราจะพาไปการเรียนรู้เทคนิคการบำรุง-ดูแลแบบมืออาชีพ ที่ช่วยให้เมล่อนของคุณมะลิได้ผลใหญ่ รสชาติหวานชัวร์!
ปลูกเมล่อน “นอกโรงเรือน” ต้นทุนต่ำ ใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ทดแทนการทำนา
คุณมะลิ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการปลูกเมล่อนว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตนเองเป็นเกษตรกรทำนา แต่บางปีนั้นพบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงไปรับจ้างปลูกเมล่อนแทน เมื่อสั่งสมประสบการณ์ได้สักระยะจึงเริ่มเห็นโอกาสว่าเมล่อนนั้นเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด และที่สำคัญคือราคาสูง จึงมีความคิดที่จะลงมือปลูกเมล่อนเป็นของตัวเอง โดยเมล่อนที่คุณมะลิเลือกปลูกนั้นเป็นพันธุ์ผิวลายตาข่าย (Net Melon) เนื้อในสีเขียว ผลขนาดประมาณ 1.5-2.5 กิโลกรัม มีระยะเก็บเกี่ยว 60-65 วัน ซึ่งถือว่าสั้นกว่าการทำนามาก
เจตนารณ์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
ค่านิยมหลักของเจียไต๋
สารจากคณะผู้บริหาร
รู้จักเจียไต๋
ธุรกิจเมล็ดพันธุ์
ธุรกิจปุ๋ย
ธุรกิจอารักขาพืช
ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร
ธุรกิจผลสดและร้านอาหาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
สาระเกษตรน่ารู้
วีดีโอและมัลติมีเดีย