logo
TH EN

เกษตรกรหัวก้าวหน้า พลิกสวนส้มสายน้ำผึ้ง ปั้นผลผลิตสูง 150 ตัน/ปี ได้ผลใหญ่ เบอร์ 5-6-7 เกรดพรีเมียมกว่า 95% ต่อยอดตลาดออนไลน์ สร้างรายได้หลักล้าน

       “ส้มสายน้ำผึ้ง” อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผลไม้ขึ้นชื่อยอดนิยม ที่ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะด้วยจุดเด่นของทรงผลกลมแป้น ผิวสีเหลืองทองสวย เปลือกบาง ชานและเส้นใยนุ่ม รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจกันทุกราย

 

       อย่างไรก็ตาม การปลูกส้มสายน้ำผึ้งให้ได้คุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมักพบปัญหาเรื่องการดูแลทำให้ผลส้มมีขนาดเล็ก ไม่ได้ไซซ์ตามต้องการ รวมทั้งปัญหาผลแตก ผลหลุดร่วงก่อนเก็บเกี่ยว ดังนั้น เกษตรกรจำเป็นต้องอาศัยการจัดการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งด้านการให้น้ำ, การควบคุมโรค-แมลงศัตรูพืช ตลอดจนการบำรุงที่สอดคล้องกับความต้องการของพืช ตั้งแต่ “ระยะฟื้นต้น-ทำใบ”, ระยะสะสมอาหาร ไปจนถึง ระยะติดผล เพื่อให้ได้ผลผลิตส้มสายน้ำผึ้ง ผลใหญ่ เป็นเบอร์ 5-6-7 เกรดพรีเมี่ยม ผิวเข้าสีสวยสม่ำเสมอ ซึ่งหากมีการวางแผนช่วงเก็บเกี่ยวให้ตรงกับช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง อย่างช่วงเทศกาลปีใหม่หรือตรุษจีน ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้มากขึ้นไปอีกด้วย 

ส้มสายน้ำผึ้ง” คุณภาพดี ผิวสีเหลืองทองสวย รสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลไม้ขึ้นชื่อ จากอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

 

       วันนี้ เราจะพาไปบุกแหล่งปลูกส้มสายน้ำผึ้งคุณภาพกับคุณก๊อต-นิติพงษ์ พัฒนวีรวรรณ อายุ 42 ปี เกษตกรผู้ปลูกส้มสายน้ำผึ้ง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่พัฒนาผลผลิตจนได้ส้มผลใหญ่ เป็น “เกรดพรีเมียม” กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักรวมถึง 150 ตันต่อปี ทั้งยังสามารถต่อยอดการขายสู่ “ช่องทางออนไลน์” จนสร้างรายได้รวมทะลุหลักล้านบาทจนทำให้เกิดความมั่นคงให้กับครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว!

 

       คุณก๊อต เผยว่า ปัจจุบันเข้ามารับช่วงต่อ จากที่บ้านดูแลสวนส้มสายน้ำผึ้งบนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ นานกว่า 9 ปีแล้ว โดยในอดีตจะได้ผลผลิตน้ำหนักรวม 50-60 ตันต่อปี และเป็นส้มคุณภาพดีแค่ 70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัญหา ผลแตก ผลหลุดร่วง และผลเล็ก เนื่องจากต้นส้มส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 30 ปี และขาดการบำรุงอย่างเหมาะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพไม่สม่ำเสมอ

 

       ดังนั้น คุณก๊อต จึงเริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ปรับปรุงการดูแลบำรุงธาตุอาหารใหม่ ควบคู่กับการป้องกันโรค-แมลงศัตรูพืช ทำให้ปัญหาต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะ ผลแตกและหลุดร่วงลดลงเหลือไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ จนปัจจุบันนี้ ได้ผลผลิตเป็นส้มผลใหญ่ เบอร์ 5-6-7 เกรดพรีเมียม เพิ่มขึ้นเป็น 95 เปอร์เซ็นต์ และจากความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพผลิต จนเป็นที่น่าพอใจนี้ กลายเป็นจุดตั้งต้นสำคัญในการต่อยอดสร้างแบรนด์สู่ “ช่องทางออนไลน์” สามารถทำเงินเพิ่มขึ้นหลักแสนบาทต่อปี

 

       เส้นทางการพลิกฟื้น “สวนส้มสายน้ำผึ้ง” ที่ให้ผลผลิตเกรดพรีเมียมมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ จนได้น้ำหนักรวมสูงถึง 150 ตันต่อปี ของคุณก๊อต ทำได้อย่างไรติดตามคำตอบกันได้เลย!

คุณก๊อต และผลผลิตส้มสายน้ำผึ้ง คุณภาพดี ลูกใหญ่ น้ำหนักดี เบอร์ 5-6-7 ผิวสวย สำหรับส่งขายเกรดพรีเมียม

 

จัดการแปลงดี-ระบบน้ำทั่วถึง” 
ช่วยสร้างผลผลิตต่อเนื่อง

 

       จุดเริ่มต้นการปลูกส้มสายน้ำผึ้งให้เจริญเติบโตได้ดีนั้น คุณก๊อตจะให้ความสำคัญกับการวางแปลงปลูกควบคู่กับการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเลือกปลูกส้มสายน้ำผึ้งด้วยระยะห่างระหว่างต้น 4x5 เมตร โดยในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้จำนวน 80 ต้น ช่วยให้ต้นส้มได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง ใบสามารถสังเคราะห์แสงได้เต็มที่ อากาศภายในแปลงหมุนเวียนดี อีกทั้งยังสะดวกต่อการดูแลในด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นการตัดแต่งกิ่ง การฉีดพ่นฮอร์โมน และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างทั่วถึง 

การวางแปลงปลูกส้มสายน้ำผึ้ง ระยะ 4x5 เมตร

 

       สำหรับ “การวางระบบน้ำ” คุณก๊อตจะใช้สปริงเกอร์จำนวน 2 หัวต่อต้น เพื่อให้น้ำสามารถกระจายได้ครอบคลุมทั่วทรงพุ่ม โดยจะปรับปริมาณการให้น้ำออกเป็น 3 ช่วง ตามระยะการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

       - ช่วงที่ 1 เมื่อส้มสายน้ำผึ้งเข้าสู่ “ระยะฟื้นต้น” จนถึง “ระยะทำใบ” คุณก๊อตจะให้น้ำนานครั้งละ 20-30 นาที (ความถี่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) เพื่อให้ต้นกลับมาสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมกระตุ้นการแตกใบใหม่ เตรียมความพร้อมเข้าสู่ระยะสะสมอาหารต่อไป 

การให้น้ำช่วงที่ 1 “ระยะฟื้นต้น” จนถึง “ระยะทำใบ”

 

        - ช่วงที่ 2 เมื่อส้มสายน้ำผึ้งเข้าสู่ “ระยะสะสมอาหาร” ก่อนติดดอก คุณก๊อตจะปรับลดการให้น้ำลงเหลือครั้งละ 15-20 นาที (ความถี่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) เพื่อให้ความชื้นในดินลดลงช่วยส่งเสริมการออกดอก และชะลอการแตกใบใหม่ในช่วงก่อนติดดอก 

การให้น้ำช่วงที่ 2 “ระยะสะสมอาหาร”

 

       - ช่วงที่ 3 เมื่อส้มสายน้ำผึ้งเข้าสู่ “ช่วงติดผลเล็ก” จนถึง “ช่วง 7 วันก่อนเก็บเกี่ยว” เป็นช่วงที่ต้นส้มต้องการน้ำในปริมาณมากขึ้นสำหรับการสร้างผล คุณก๊อตจะปรับเพิ่มการให้น้ำครั้งละ 30 นาที (ความถี่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) เพื่อให้เพียงพอต่อขยายขนาดผล ช่วยให้ได้ส้มเบอร์ใหญ่ รสชาติดี โดยหากส้มขาดน้ำในระยะติดผล จะทำให้ต้นโทรม ใบร่วงง่าย และผลมีขนาดเล็กอย่างชัดเจน 

การให้น้ำช่วงที่ 3 “ระยะติดผลเล็ก” จนถึง “ก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน”

 

สูตรเด็ด! “การดูแลฟื้นต้น-บำรุงสะสมอาหาร”  
ให้ “ส้มสายน้ำผึ้ง” ผลผลิตดีต่อเนื่อง

 

        จากประสบการณ์ของคุณก๊อตพบว่า การปลูก “ส้มสายน้ำผึ้ง” ให้ได้ผลผลิตดีต่อเนื่อง ต้องใส่ใจกับ “การฟื้นต้น” โดยเฉพาะหากต้นส้มมีอายุมากและให้ผลผลิตต่อเนื่องมานาน จะยิ่งทำให้ต้นโทรมง่าย การแตกใบใหมลดลง จนทำให้ผลผลิตตกต่ำในที่สุด

 

       เพื่อให้ต้นส้มสายน้ำผึ้งกลับแข็งแรงอีกครั้งหลังเก็บผลผลิตแล้ว คุณก๊อตจะเริ่มขั้นตอนการฟื้นต้นโดยการตัดแต่งกิ่งที่แห้งและไม่สมบูรณ์ก่อน ตามด้วยการฉีดพ่นสารกำจัดโรค-แมลงศัตรูพืช เพื่อทำความสะอาดต้น ลดการสะสมของโรคพืช จากนั้นจะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงให้ต้นกลับมาสมบูรณ์ แตกใบใหม่ได้ไว แล้วจึงเสริมการบำรุงด้วย ฮิวมิค” อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย ช่วยให้รากพืชดูดซับธาตุอาหารได้ดีขึ้น 

การบำรุงระยะฟื้นต้น ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู และฮิวมิค ช่วยฟื้นต้นให้สมบูรณ์แข็งแรง เร่งการแตกยอดใบอ่อน

 

       หลังจากบำรุง “ระยะฟื้นต้น” ได้ประมาณ 1 เดือน ต้นส้มสายน้ำผึ้งจะเข้าสู่ “ระยะบำรุงใบ” คุณก๊อตจะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น ความถี่ 1 ครั้ง เพื่อเร่งการแตกใบใหม่ ช่วยให้ใบมีขนาดใหญ่ และมีสีเขียวสมบูรณ์  

การบำรุงระยะทำใบ ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู ช่วยให้ใบมีสีเขียวสมบูรณ์ ใบใหญ่และหนา

 

       ทั้งนี้ คุณก็อตเล่าว่า ธรรมชาติส้มสายน้ำผึ้งจะทยอยออกดอกเป็นรุ่นๆ และใช้ระยะเวลาตั้งแต่ เริ่มติดดอกจนถึงเก็บผลผลิตนานประมาณ 8-10 เดือน ทำให้ต้นส้มต้องใช้พลังงาน ในการเลี้ยงผลค่อนข้างมาก หากต้นส้มมีปริมาณใบไม่มากพอ จะทำให้ได้ผลผลิตตกต่ำ ส้มผลเล็ก ไม่ได้คุณภาพ ดังนั้น การบำรุงในระยะทำใบจึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรไม่ควรมองข้าม
 

       จากนั้นเมื่อต้นส้มสายน้ำผึ้งเข้าสู่ ระยะสะสมอาหาร” คุณก๊อตจะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 9-25-25 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเร่งให้ใบส้มแก่จัด ใบหนาเป็นมันเงา ซึ่งใบที่มีสีเขียวเข้มนั้นจะช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดี ทำให้ต้นสามารถเก็บสะสมอาหารเพียงพอสำหรับการติดดอก 

การบำรุงระยะสะสมอาหาร ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 9-25-25 ช่วยสังเคราะห์แสง สะสมอาหารได้ดี พร้อมสำหรับติดดอก


 
การบำรุง “ระยะติดผล” ให้ได้ผลผลิตสูง 150 ตัน/ปี 
ส้มผลใหญ่ รสชาติดี เป็นเกรดพรีเมียมกว่า 95%

 

        การดูแลส้มสายน้ำผึ้งใน “ระยะติดผล” เพื่อให้ได้ส้มผลใหญ่ เบอร์ 5-6-7 เป็นเกรดพรีเมียม ผิวสวย มีการเข้าสีสม่ำเสมอ เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น จำเป็นต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมักพบ “ปัญหาผลแตกและหลุดร่วง” ก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างฉับพลัน การให้น้ำมากเกินไป รวมถึงการขาดธาตุอาหารบางชนิด ทำให้คุณก๊อต ต้องหมั่นลงแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามการพัฒนาของผล คอยสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น พร้อมปรับการบำรุงให้เหมาะกับช่วงการเจริญเติบโตของผล ดังนี้

 

       - ระยะหัวไม้ขีดไฟ (หลังกลีบดอกโรยประมาณ 3-7 วัน) คุณก๊อตจะเน้นดูแลให้ขั้วผลและผลอ่อนแข็งแรงเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นระยะที่ผลอ่อนมีความเสี่ยงหลุดร่วงสูง จึงบำรุงด้วย ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงให้ผลอ่อนสมบูรณ์ ควบคู่กับการบำรุงทางใบด้วยอโทนิค อัตรา 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ช่วยให้ขั้วผลเหนียว ลดการหลุดร่วงของผลอ่อนได้มาก 

การบำรุงระยะหัวไม้ขีด ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู และเสริมด้วยอโทนิค ช่วยให้ช่วยให้ขั้วผลเหนียว ลดการหลุดร่วงของผลอ่อนของส้มสายน้ำผึ้ง

 

       - ระยะขยายผลอ่อน (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าส้มเบอร์ 1-3)  คุณก๊อตจะให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแรงของผิว เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลส้มกำลังขยายขนาด หากผลอ่อนไม่ได้รับธาตุอาหารอย่างเพียงพอ จะทำให้เปลือกบาง ขาดความยืดหยุ่น และเสี่ยงต่อปัญหาผลแตกได้ง่าย จึงบำรุงต่อเนื่องด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น (ความถี่ 1 ครั้งต่อเดือน รวม 3 ครั้ง) เพื่อช่วยให้ผลอ่อนขนาดให้ใหญ่ขึ้นอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างเปลือกให้แข็งแรง รองรับการขยายผลได้ดีในอนาคต ควบคู่กับการบำรุงทางใบด้วย “ธาตุอาหารรอง-ธาตุอาหารเสริม” อย่าง “แคลเซียม-โบรอน” ร่วมกับ ไลเจอร์ส อัตรา 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ไร่ (ความถี่ 1 ครั้งต่อเดือน รวม 1-2 ครั้ง) เพื่อป้องกันผลแตก ผลหลุดร่วง เสริมความแข็งแรงให้ผิวส้มมากขึ้น และเพื่อไม่ให้ไรแดงเข้าทำลายใบและผลอ่อน ลดปัญหาผลเป็นรอย ช่วยให้ส้มมีผิวสวย 

การบำรุงระยะผลอ่อน ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู 
เสริมด้วย แคลเซียม-โบรอนและไลเจอร์ส ช่วยให้ผลเล็กสมบูรณ์ ส้มผลไม่แตก ป้องกันไรแดงเข้าทำลาย ลดการหลุดร่วง

 

       - ระยะขยายผล (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าส้มเบอร์ 4 เป็นต้นไป) คุณก๊อตจะใส่ใจในระยะนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลส้มอยู่ระหว่างการสร้างเนื้อ สร้างความหวาน และเพิ่มน้ำหนัก โดยจะเลือกบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 13-13-24 บลู อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น (ความถี่ 1 ครั้งต่อเดือน รวม 2 ครั้ง) เพื่อให้ได้ส้มคุณภาพดี ผลใหญ่ เป็นขนาดเบอร์ 5-6-7 เป็นเกรดพรีเมียม รวมทั้งเพิ่มความหวาน ช่วยให้ส้มมีรสชาติดีขึ้นด้วย

 

       จากนั้นจะบำรุงทางใบโดยการฉีดพ่น “แคลเซียม-โบรอน” ควบคู่กับ “แมงกานีสซัลเฟต” อัตรา 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร (ความถี่ 1 ครั้งต่อเดือน รวม 1-2 ครั้ง) เพื่อเสริมความแข็งแรงของผิว ลดปัญหาผลแตก และช่วยให้ส้มเข้าสีเหลืองสวยสม่ำเสมอ เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น 

การบำรุงระยะผลอ่อน ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู 
เสริมด้วย แคลเซียม-โบรอนและไลเจอร์ส ช่วยให้ผลเล็กสมบูรณ์ ส้มผลไม่แตก ป้องกันไรแดงเข้าทำลาย ลดการหลุดร่วง

 

       หลังจากคุณก๊อตปรับแนวทางการบำรุงในช่วงติดผล ตั้งแต่ระยะหัวไม้ขีดไฟ ระยะขยายผลอ่อน จนถึงระยะขยายผล โดยให้ความสำคัญกับธาตุอาหารหลัก ควบคู่กับการบำรุงทางใบด้วยธาตุอาหารรอง (แคลเซียม) และธาตุอาหารเสริม (โบรอน และแมงกานีส) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ส้มขั้วผลเหนียว เปลือกแข็งแรงไม่แตก จนทำให้ปัจจุบันปัญหาผลแตกและหลุดร่วงลดลงเหลือไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ได้ส้มสายน้ำผึ้งคุณภาพดีขึ้นอย่างชัดเจน 

 

       ทั้งนี้ คุณก๊อต ยังเล่าถึงความประทับใจหลังใช้ปุ๋ยตรากระต่ายว่า “ด้วยเคล็ดลับการบำรุง ที่ตรงกับระยะที่พืชต้องการ ทำให้ผมได้ผลผลิตคุณภาพดีขึ้นมาก โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู และปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 13-13-24 บลู เพราะจากที่สังเกตมา ปุ๋ยทั้งสองสูตรนี้เม็ดปุ๋ยละลายง่าย ทำให้ต้นส้มนำธาตุอาหารไปใช้ได้เร็ว ช่วยให้ต้นสมบูรณ์ขึ้นมาก จนตอนนี้ได้ผลผลิตสูงถึง 150 ตันต่อปี ได้ส้มผลใหญ่ เบอร์ 5-6-7 เป็นเกรดพรีเมียมเพิ่มขึ้นเป็น 95 เปอร์เซ็นต์เลยครับ” 

ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 13-13-24 บลู ช่วยบำรุงให้ได้ผลผลิตดี เบอร์ใหญ่ มีคุณภาพ

 

ผลผลิตคุณภาพ สร้างแบรนด์คุณภาพ 
ต่อยอดขยายตลาดออนไลน์

 

       การทำเกษตรในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยการปรับตัวในหลายด้าน นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้มีคุณภาพแล้ว ยังต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงวางแผนการขายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย จึงจะสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้มากขึ้น

 

       จากแนวคิดดังกล่าว คุณก๊อตจึงได้วางแผนผลผลิตให้สอดคล้องกับช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะในช่วง “เทศกาลปีใหม่” และ “ตรุษจีน” เนื่องจากส้มสายน้ำผึ้งถือเป็น “ผลไม้มงคล” ที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมซื้อเป็นของขวัญ-ของฝาก รวมถึงใช้ในพิธีมงคลต่างๆ ดังนั้น ยิ่งผลผลิตมีคุณภาพดี ผลใหญ่ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตได้มากขึ้น


 
สำหรับรูปแบบการขาย คุณก๊อต จะแบ่งช่องทางการขายออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

 

       - ส่วนแรก คือ การขายผ่าน “ล้ง” คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ โดยหลังจากเก็บผลผลิตแล้วจะต้องนำเข้าโรงคัดเกรด เพื่อล้างทำความสะอาดและคัดขนาดผลก่อน สำหรับการแบ่งเกรดจะมีตั้งแต่ “เบอร์ 7” ลดหลั่นไปจนถึง “เบอร์ 3” ซึ่งราคาก็จะลดลงตามลำดับด้วยเช่นกัน 

ส้มสายน้ำผึ้งจากสวนคุณก๊อต เบอร์ใหญ่ ผิวสวย คุณภาพดี สำหรับส่งล้ง

 

       - ส่วนที่สอง คือ การขายผ่าน “ช่องทางออนไลน์” คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยเน้นคัดเฉพาะส้มสายน้ำผึ้งเกรดพรีเมียม เบอร์ 5-6-7 ขึ้นไป เจาะกลุ่มตลาดผู้มีกำลังซื้อ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต ซึ่งจะเปิดให้สั่งจองผ่านเฟซบุ๊ก Sweet Tangerine by สวนส้มพิกุลทอง ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี สามารถเปิดการขายได้เฉลี่ยปีละ 10 รอบ คิดเป็นผลผลิตรวมกว่า 10-15 ตันเลยทีเดียว

 

       ทั้งนี้ คุณก๊อตเผยว่า แม้การขายผ่านช่องทางออนไลน์จะต้องลงมือจัดการเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดผลไปจนถึงการบรรจุกล่อง แต่ข้อดีคือสามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่าล้งมาก ช่วยสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี และยังถือเป็นความภูมิใจที่ทำให้แบรนด์ “สวนส้มพิกุลทอง” เติบโตและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นอีกด้วย 

แบ่งผลผลิตส้มสายน้ำผึ้งคุณภาพดี เบอร์ 5-6-7 ขายช่องทางออนไลน์ เพื่อช่องทางสร้างรายได้

ต่อยอดการสร้างแบรนด์ Sweet Tangerine by สวนส้มพิกุลทอง ขายในช่องทาง Facebook

 

       สุดท้าย คุณก๊อตได้กล่าวถึงมุมมองความสำเร็จที่ผ่านมาว่า “กว่า 9 ปีที่เข้ามาดูแลสวนส้มต่อจากที่บ้านแบบเต็มตัว การได้ผลผลิตกว่า 150 ตันต่อปีนั้น ถือว่าคุ้มค่ากับความพยายามที่ตั้งใจเรียนรู้ หมั่นลงแปลงอย่างสม่ำเสมอ และใส่ใจในทุกขั้นตอนครับ แล้วยิ่งเรามีตัวช่วยดีๆ อย่าง “ปุ๋ยตรากระต่าย” ที่ช่วยบำรุงให้ต้นส้มสมบูรณ์ แข็งแรง ติดผลดี ควบคู่กับการบำรุงทางใบ การควบคุมโรคแมลงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผลผลิตของเราคุณภาพดีขึ้นมาก จนตอนนี้ได้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า คุณภาพดี เป็นส้มเบอร์ใหญ่มากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ทำเงินได้หลักล้านบาทต่อปี กลายเป็นแรงผลักดันให้เราอยากพัฒนาผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น เพราะว่ายิ่งเราใส่ใจ ทำผลผลิตได้คุณภาพ โอกาสสร้างรายได้ก็มากขึ้นแน่นอน” 

คุณก๊อตกับ “ปุ๋ยตราระต่าย” ตัวช่วยสำคัญเพื่อส้มสายน้ำผึ้งคุณภาพ

 

       ความสำเร็จของ “สวนส้มพิกุลทอง” ถือเป็นบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเกษตรกรหัวก้าวหน้าอย่าง “คุณก๊อต-นิติพงษ์ พัฒนวีรวรรณ” ที่ใช้ความรู้และประสบการณ์ ในการปรับแนวทางการบำรุงให้เหมาะสมกับระยะการเจริญเติบโตของพืช ตั้งแต่ระยะฟื้นต้น ระยะสะสมอาหาร ไปจนถึงระยะขยายผล ทั้งยังมีตัวช่วยสำคัญอย่าง “ปุ๋ยตรากระต่าย” ปุ๋ยขายดีอันดับ 1 ที่เกษตรกรเลือกใช้ ซึ่งเม็ดปุ๋ยละลายง่าย ทำให้พืชสามารถนำธาตุอาหารไปใช้ได้ไว ช่วยพลิกฟื้นสวนส้มสายน้ำผึ้ง อายุกว่า 30 ปี ให้มีผลผลิตคุณภาพดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้ส้มผลใหญ่ เบอร์ 5-6-7 เป็นเกรดพรีเมียมกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถต่อยอดมูลค่าผลผลิตได้อย่างมั่นใจแบบชัวร์ เด๊ะ เด๊ะ สมหวังเป๊ะ เป๊ะ! 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่    

Facebook:www.facebook.com/puitrakratai/      

YouTube:www.youtube.com/c/Puitrakratai      

TikTok:https://www.tiktok.com/@puitrakratai    

Line: เจียไต๋ Chia Tai https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1  

ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย : 

สำหรับพืชไร่ : https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Rice-Fields 

สำหรับพืชผักและไม้ผล : https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Fruits-Vegetables 

บทความอื่นๆ

object
object