logo
TH EN

เจาะเทคนิคปลูกมันสำปะหลัง แบบฉบับเกษตรกรรุ่นใหม่ ผลผลิตสูง 7 ตันต่อไร่ แปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้หลัก​​ล้าน

       ปัจจุบัน มันสำปะหลัง มีบทบาทสำคัญใน อุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเอทานอล ไบโอดีเซล บรรจุภัณฑ์ชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ฯลฯ ทำให้มันสำปะหลังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ด้าน เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกัน

 

       อย่างไรก็ตาม แม้จะมีศักยภาพทางการตลาดสูง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปลูกมันสำปะหลัง ให้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ปริมาณ คุณภาพ และรายได้ จำเป็นต้องอาศัยการต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลผลิตควบคู่ด้วย ซึ่งการแปรรูปเป็น มันเส้นตากแห้ง ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดี เพราะมีราคาสูงกว่า “หัวมันสด” เฉลี่ยถึง 2.68 เท่า (ข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม)

 

       วันนี้ เราจะพาไปพบกับตัวอย่างความสำเร็จนี้กับ คุณเอ็ม มนต์ชัย บุกบุญ อายุ 35 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง .ขาณุวรลักษบุรี .กำแพงเพชร ที่นอกจากจะทำผลผลิตได้น้ำหนักสูงถึง 7 ตันต่อไร่แล้ว ทั้งยังต่อยอดแปรรูปเป็น มันเส้นตากแห้ง จนสร้างรายได้หลักล้านบาทเลยทีเดียว!

 

       คุณเอ็ม เผยว่า ปัจจุบันปลูกมันสำปะหลังอยู่บนพื้นที่ 400 ไร่ มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ในช่วงแรกยังไม่มีความรู้ด้านการเกษตรมากนัก จึงต้องหมั่นหาความรู้จากหลายแหล่งมาปรับใช้ ตั้งแต่การเตรียมแปลง การคัดเลือกสายพันธุ์ ไปจนถึงการบำรุงให้ตรงตามระยะการเจริญเติบโต ส่งผลให้มันสำปะหลัง หัวใหญ่ มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง ได้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดิม 3-4 ตันต่อไร่ เป็น 7 ตันต่อไร่เลยทีเดียว

 

       นอกจากการทำ ผลผลิตได้สูงขึ้นแล้ว คุณเอ็ม ยังวางทิศทางการขายตามสถานการณ์ตลาดเป็นหลัก หากช่วงใดราคามันหัวสดไม่ดี จะเลือกแปรรูปเป็นมันเส้นตากแห้งแทน เพราะมีขั้นตอนที่ 
ไม่ยุ่งยาก และไม่เพิ่มต้นทุนมากนัก แต่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

 

       ทั้งนี้ ด้วยความเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ คุณเอ็ม ยังได้นำ เครื่องจักรกลทางการเกษตร” เข้ามาใช้ในการจัดการแปลงแทบทุกขั้นตอน ช่วยลดต้นทุนแรงงานและประหยัดเวลาได้มาก พร้อมทั้งต่อยอดสู่การประดิษฐ์ ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถ” เพื่อขายเป็นรายได้เสริมอีกทาง 

 

       กว่าจะประสบความสำเสร็จในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังได้ถึง 7 ตัน/ไร่ และสามารถแปรรูปเป็น “มันเส้นตากแห้ง” มูลค่าหลักล้าน คุณเอ็ม มีแนวทางอย่างไร 

 

       ตามไปดูเทคนิคการทำเกษตรแบบ “คนรุ่นใหม่” กันได้เลย!

คุณเอ็ม-มนต์ชัย บุกบุญ กับแปลงมันสำปะหลังบนพื้นที่กว่า 400 ไร่

 

เลือกท่อนพันธุ์ดี 
จุดเริ่มต้นของผลผลิตที่ดี

 

       มันสำปะหลังแต่ละสายพันธุ์นั้นมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ทั้งในแง่ความต้านทานโรคความทนแล้งน้ำหนักเปอร์เซ็นต์แป้ง รวมถึงประเภทดินที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ด้วยเหตุนี้ คุณเอ็ม จึงให้ความสำคัญกับการ “เลือกสายพันธุ์ ให้เหมาะสมกับ พื้นที่ปลูก  เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นของผลผลิตที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง 

 

       สำหรับประเภทดินในพื้นที่ปลูกของคุณเอ็ม จะมีลักษณะเป็น ดินร่วนปนทราย และ ดินร่วนปนเหนียว เป็นหลัก จึงเลือกปลูกมันสำปะหลังหมุนเวียนกัน 4 สายพันธุ์ ดังนี้           

    

       - พันธุ์ระยอง 11 เป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายดินร่วนปนเหนียวและดินด่าง ลักษณะเด่น คือ มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง เหมาะสำหรับแปรรูปเป็นมันเส้นตากแห้ง 

 

       - พันธุ์ห้วยบง 90, พันธุ์เกษตรศาสตร์ 80 และพันธุ์ระยอง 4 เป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดีในดินทราย และดินร่วนปนทราย ลักษณะเด่น คื ทนแล้ง ทนต่อไวรัสและโรคพืช ขนาดหัวใหญ่ มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง  

จุดเด่นมันสำปะหลัง 4 สายพันธุ์ ที่คุณเอ็มเลือกปลูก

 

       ทั้งนี้ คุณเอ็ม ยังเน้นย้ำว่า ท่อนพันธุ์ที่ดีจะต้องความยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร และควรเป็นท่อนพันธุ์ที่ตัดมาแล้วพร้อมปลูกทันที หรือตัดเก็บไว้ไม่เกิน 3 วัน จะช่วยให้มีอัตราการงอกสูง โดยมีจุดสังเกตคือ บริเวณแกนกลางท่อนพันธุ์จะยังคงมีสีเหลืองนวล แตกต่างจากท่อนพันธุ์ที่ตัดเก็บไว้นานจนด้านในมีสีน้ำตาลหรือสีขาวซีด 

ท่อนพันธุ์ความยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร แกนกลางท่อนพันธุ์ยังคงมีสีเหลืองนวล

 

เตรียมแปลงดี 
เพื่อมันสำปะหลังลงหัวดี มีอัตรางอกสูง

 

       นอกจากการเตรียมท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดีแล้ว คุณเอ็ม ยังพิถีพิถันในขั้นตอนการเตรียมแปลงและปรับสภาพดินให้ร่วนซุยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตรางอก และช่วยเตรียมพร้อมให้ “ราก หรือ หัว” มันสำปะหลังสามารถดูดซับธาตุอาหารได้เต็มที่

 

       โดยขั้นตอนแรก คุณเอ็ม จะไถแปรรอบที่ 1 เพื่อย่อยดินให้มีขนาดเล็กลง พร้อมทั้งไถกลบ เศษมันสำปะหลังที่หลงเหลืออยู่ในแปลง ให้กลายเป็นปุ๋ยพืชสด ช่วยบำรุงดินไปในตัว จากนั้นตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคในดิน และตามด้วยการใส่ขี้ไก่แกลบ อัตรา 20-25 ตัน ต่อพื้นที่ 30 ไร่ เพื่อเติมอินทรียวัตถุ ช่วยปรับสภาพดินให้โปร่งและร่วนซุย

 

       หลังจากนั้นจะเริ่มไถแปรรอบที่ 2 เพื่อย่อยดินให้มีความละเอียดมากขึ้น ช่วยให้ท่อนพันธุ์สามารถแทงรากได้ดี และมีอัตรางอกสูง ในการไถแปรรอบนี้ คุณเอ็ม จะเริ่มหลังจากเข้าฤดูฝน หรือดินเริ่มมีความชื้น ซึ่งทดสอบได้โดยการใช้มือขยำดินเบาๆ หากดินจับตัวเป็นก้อนเล็กน้อย แปลว่าดินมีความชื้นเพียงพอ วิธีนี้จะช่วยให้รถไถลงผานได้ลึกมากกว่าดินที่แห้งและแข็ง ถือเป็นเทคนิคที่ทำให้ดินร่วนซุยมากขึ้น ทั้งยังช่วยกักความชื้นในดินได้ดีขึ้นด้วย 

วิธีการทดสอบ ความชื้นดิน” ในแบบคุณเอ็ม ทำได้โดยใช้มือขยำดินเบาๆ 
หากดินจับตัวเป็นก้อน แปลว่ามีความชื้นเพียงพอสำหรับการไถแปรรอบที่ 2

 

       หลังจากเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว จะใช้รถไถยกร่องปลูก โดยใช้ระยะห่างระหว่างร่อง ประมาณ 140 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 40-50 เซนติเมตร และปักท่อนพันธุ์ด้วยความลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมแปลง  

การวางแปลงปลูกมันสำปะหลัง ด้วยระยะห่างระหว่างต้นที่เหมาะสม 
ช่วยให้มันสำปะหลังลงหัวได้ดี

 

ใส่ใจกำจัดวัชพืช-บำรุงธาตุอาหารตรงจุด  
เคล็ดลับมันสำปะหลังหัวใหญ่ 
น้ำหนักสูง ตันต่อไร่

 

       ปัจจัยที่ช่วยให้มันสำปะหลังหัวใหญ่ น้ำหนักดี ได้ผลผลิตสูง ไม่ได้อยู่ที่ “การบำรุง” เท่านั้น

 

       แต่ “การกำจัดวัชพืช” ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

 

       เพราะโดยธรรมชาติแล้ว มันสำปะหลังจะเริ่มสะสมอาหารในส่วนรากช่วงอายุ 1.5-2 เดือน และหลังจากอายุ 4 เดือนเป็นต้นไป จะไม่มีการสร้างจำนวนหัวเพิ่มขึ้นอีก  
แต่จะขยายขนาดของหัวต่อไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยวแทน นั่นหมายความว่า หากมันสำปะหลังถูกวัชพืชแย่งอาหารในระยะแรกของการเจริญเติบโต จะทำให้ “จำนวนหัวต่อต้น” ลดลง และทำให้ผลผลิตตกต่ำในที่สุด (ข้อมูลสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

 

       ด้วยเหตุนี้ หลังจากคุณเอ็ม ได้เข้ามาสานต่อการทำเกษตรอย่างเต็มตัว จึงได้มีการปรับปรุงแนวทางการจัดการแปลงใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ การกำจัดวัชพืช” ก่อนการบำรุงทุกครั้ง ควบคู่กับ การบำรุงตามระยะการเจริญเติบโตของพืช” อย่างตรงจุด พร้อมทั้งยังนำเครื่องจักรกลทาการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพารทำงาน จนในที่สุดสามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังได้ถึง 7 ตันต่อไร่ จากเดิมที่เคยทำได้เพียง 3-4 ตันต่อไร่เท่านั้น

 

       สำหรับเทคนิคการบำรุง “มันสำปะหลัง” ให้หัวใหญ่ น้ำหนัก 7 ตันต่อไร่  ในแบบฉบับของคุณเอ็ม จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ดังนี้

 

       - ช่วงที่ 1: มันสำปะหลังอายุ 15-20 วัน (ระยะบำรุงต้น) จะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 46-0-0 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ช่วยให้รากและลำต้นแข็งแรง สามารถหาอาหารได้ดี พร้อมกระตุ้นการแตกใบอ่อน ทำให้ใบเขียวไว และสามารถสังเคราะห์แสงได้ดี  

บำรุงมันสำปะหลัง อายุ 15-20 วัน ด้วย ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 46-0-0” อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่

 

       สำหรับวิธีการใส่ปุ๋ย คุณเอ็ม จะใช้รถไถต่อพ่วงเครื่องหยอดปุ๋ย เพราะสามารถ ไถกลบวัชพืชและเม็ดปุ๋ยลงดินไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ซึ่งเม็ดปุ๋ยที่ถูกฝังอยู่ในดินจะค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาให้รากพืชดูดซับได้เต็มที่ แต่หากใช้วิธีโรยปุ๋ยลงบนผิวดินโดยตรง เม็ดปุ๋ยอาจโดนแดดนานจนสูญเสียธาตุอาหารในที่สุด  

รถไถต่อพ่วงเครื่องหยอดปุ๋ยช่วยไถกลบวัชพืชและเม็ดปุ๋ยลงดินไปพร้อมกัน

 

       จากนั้นเมื่อมันสำปะหลังอายุได้ 1 เดือน คุณเอ็ม จะใช้รถไถในการไถกลบวัชพืชอีกครั้ง เพื่อให้มันสำปะหลังต้นเล็กดูดซับธาตุอาหารและเจริญเติบโตได้เต็มที่ 

เมื่อมันสำปะหลังอายุได้ 1 เดือน คุณเอ็ม จะไถกลบวัชพืชเพื่อไม่ให้แย่งอาหารมันสำปะหลัง

 

       - ช่วงที่ : มันสำปะหลังอายุ 80-90 วัน (ระยะบำรุงหัว) จะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อช่วยขยายหัวมันสำปะหลังให้ใหญ่ น้ำหนักดี ได้เปอร์เซ็นต์แป้งสูง  

บำรุงมันสำปะหลัง อายุ 80-90 วัน ด้วย ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15” 

อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อขยายหัว เพิ่มน้ำหนัก เปอร์เซ็นต์แป้งสูง

 

       โดยคุณเอ็ม เผยถึงความประทับใจหลังใช้ปุ๋ยตรากระต่ายว่า “ครอบครัวผมใช้ปุ๋ยตรากระต่ายมายาวนานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้วครับ จนมาถึงรุ่นผมก็ยังใช้ต่อเนื่อง เพราะว่าใช้แล้วได้ผลผลิตดีจริง โดยเฉพาะ ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 46-0-0 ซึ่งมีข้อดีคือ เม็ดปุ๋ยละลายง่าย ทำให้พืชดูดซับธาตุอาหารไปใช้ได้สม่ำเสมอ เมื่อพืชสมบูรณ์ แข็งแรง ใบเขียวไว ผลผลิตก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ

 

       นอกจากนี้ อีกสูตรที่ชอบมากสำหรับคนที่ใช้เครื่องหยอดปุ๋ยอย่างผม คือปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 เพราะเม็ดปุ๋ยขนาดสม่ำเสมอ ในขณะที่บางยี่ห้อมีขนาดเล็กไป ใหญ่ไป บางทีก็แตกหักง่าย  ทำให้ใช้แล้วติดเครื่องหยอด แต่พอใช้ปุ๋ยตรากระต่ายแล้วไม่เจอปัญหานี้เลยครับ 

ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15” เม็ดปุ๋ยขนาดสม่ำเสมอ ไม่ติดเครื่องหยอดปุ๋ย

 

แปรรูปเพิ่มมูลค่า ทำ “มันเส้นตากแห้ง”  
ขายได้ราคาดี

 

       นอกจากปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดีแล้ว คุณเอ็ม มองว่าการทำเกษตรให้อยู่รอดในปัจจุบัน ต้องอาศัยการ แปรรูปเพิ่มมูลค่า” ควบคู่ด้วย โดยจะพิจารณาจากสถานการณ์ราคาเป็นหลัก หากช่วงใดราคามันสำปะหลังสดไม่ดีนัก ก็จะแปรรูปเป็น มันเส้นตากแห้ง” แทน

 

       เช่นกรณีปี 2567 ราคามันสำปะหลังสดค่อนข้างตกต่ำอยู่ที่ประมาณ 1,400 บาทต่อตัน แต่ราคามันเส้นตากแห้งจะอยู่ที่ 5,500 บาทต่อตัน หากเทียบกับขั้นตอนการแปรรูปที่ไม่ได้ยุ่งยาก ถือว่าผลลัพธ์คุ้มค่ากว่ามาก เพราะเพิ่มมูลค่าผลผลิต สามารถสร้างรายได้เป็นหลักล้านบาทเลยทีเดียว 

แปรรูปมันสำปะหลังหัวสดเป็น มันเส้นตากแห้ง” ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้มาก

 

       สำหรับวิธีการทำ มันสำปะหลังเส้นตากแห้ง เริ่มจากการนำมันสำปะหลังมาตัดส่วนที่เป็นเหง้าและเศษลำต้นออกทั้งหมด ให้เหลือเพียงเฉพาะส่วนหัว จากนั้นร่อนเศษดินที่ติดมากับหัวมันสำปะหลังออกให้มากที่สุด แล้วจึงนำเข้าเครื่องโม่เพื่อสับให้มันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง เสร็จแล้วจึงนำไปตากแดดบนลานซีเมนต์นาน 5-6 วัน (ขึ้นอยู่กับแดดโดยในระหว่างการตากจะต้องกลับด้านมันสำปะหลัง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็จะได้มันเส้นคุณภาพดีมีความแห้งสม่ำเสมอ

 

       อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันเส้นตากแห้งจะขายได้ราคาสูงกว่ามาก แต่ต้องคำนึงถึงประเด็นที่ว่า หัวมันสำปะหลังสดจะสูญเสียน้ำหนักไปพร้อมการแปรรูปด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว หัวมันสำปะหลังสด” น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม สามารถแปรรูปเป็น “มันเส้นตากแห้ง” ได้น้ำหนัก ประมาณ 1 กิโลกรัม และยิ่งผลผลิตมีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำเท่าไหร่ ก็จะสูญเสียน้ำหนักไปกับการตากแดดมากขึ้นเท่านั้น จนท้ายที่สุดแล้วอาจทำให้การแปรรูปไม่คุ้มค่าการลงทุนเท่าที่ควร (ข้อมูล : มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย)

 

       ดังนั้น ไม่ว่าเกษตรกรจะเลือกขายผลผลิตในรูปแบบ “หัวสด” หรือ “มันเส้นตากแห้ง” การรักษาคุณภาพของหัวมันสำปะหลัง จึงยังคงเป็นเรื่องสำคัญอยู่เสมอ 

 

ประดิษฐ์ “ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง ช่วยลดต้นทุน 

พร้อมต่อยอดรายได้แบบฉบับ “เกษตรกรหัวก้าวหน้า

 

       ปัจจุบัน เครื่องจักรกลการเกษตร มีบทบาทสำคัญในการลดระยะเวลาการทำงานและต้นทุนด้านแรงงานได้มาก ซึ่งแม้การลงทุนในช่วงแรกจะค่อนข้างสูง แต่ในระยะยาวสามารถลดต้นทุนการจัดการแปลงได้อย่างชัดเจน ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้นด้วย

 

       ด้วยเหตุนี้ คุณเอ็ม จึงนำเครื่องจักรกลทางการเกษตรเข้ามาใช้ในการจัดการแปลงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมแปลง ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต พร้อมพัฒนาต่อยอด ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถ สำหรับไถกลบวัชพืช ควบคู่กับการให้ปุ๋ยและพ่นสารป้องกัน กำจัดวัชพืช 
 

       จนปัจจุบันสามารถดูแลแปลงปลูกกว่า 400 ไร่ ได้ด้วยแรงงานเพียง 4 คนเท่านั้น จากเดิมที่เคยมีมากกว่า 10 คน

 

       หลังจากทดลองใช้ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถในแปลงของตนเอง จนมั่นใจในประสิทธิภาพแล้ว คุณเอ็ม จึงตัดสินใจต่อยอดสู่การขายจริง โดยเริ่มเจาะตลาดกลุ่มผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงนำแนวคิดการตลาดออนไลน์มาปรับใช้ โดยการสร้างเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า จอมยุทธ์ เกษตรจักรกล ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น  

ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถ ที่คุณประดิษฐ์ขึ้นสำหรับใส่ปุ๋ยพร้อมไถกลบวัชพืชในขั้นตอนเดียว

 

       ทั้งนี้ คุณเอ็ม ยังได้อาศัยความเป็นคนรุ่นใหม่ สร้างตัวตนบนโลกโซเชียลผ่านการทำคอนเทนต์ เคล็ดลับการทำเกษตรต่างๆ ทั้งวิธีวัดเปอร์เซ็นต์แป้ง รีวิวจุดเด่นสายพันธุ์ เพื่อเป็นการส่งต่อความรู้ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในฐานะ เกษตรกรหัวก้าวหน้า” ให้กับกลุ่มผู้ติดตามและกลุ่มลูกค้าไปในตัว จนปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 20,000 รายแล้ว และสามารถพัฒนาไปสู่การสร้างรายได้รูปแบบอื่น เช่น  
การจำหน่ายท่อนพันธุ์ได้อีกด้วย

 

       โดยคุณเอ็ม ยังฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า แม้ว่าการปลูกมันสำปะหลัง อาจมีช่วงที่ราคาดีหรือไม่ดีบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพืชผลการเกษตรครับ เพียงแต่เราต้องรู้จักปรับตัว หมั่นเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง พยายามทำผลผลิตให้มีคุณภาพเพื่อรองรับทุกโอกาสไว้ก่อน ซึ่งตอนนี้ผลผลิตของผมสามารถทำได้ถึง ตันต่อไร่ และสามารถปรับรูปแบบการขายตามราคาที่คุ้มค่าได้เสมอ วิธีนี้ทำให้ผมจับเงินล้านได้จริง เห็นแบบนี้แล้วมีกำลังใจ ในการพัฒนาต่อไปเลยครับ

 

       แม้มันสำปะหลังมักถูกมองว่า พืชไร่ไร้ราคา แต่ “เกษตรกรรุ่นใหม่” อย่างคุณเอ็ม พิสูจน์แล้วว่า หากแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้สอดคล้องกับตลาด ก็สามารถทำเงินล้านได้เช่นกัน ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จนี้ เริ่มต้นจากความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน มีจัดการแปลงอย่างมืออาชีพ ด้วยเครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการบำรุงอย่างตรงจุดด้วย “ปุ๋ยตรากระต่าย” ปุ๋ยขายดีอันดับ 1 ที่เกษตรกรเลือกใช้ ทำให้สามารถปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิตสูงถึง 7 ตันต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง ตอบโจทย์ทุกการขาย ไม่ว่าจะเป็น “หัวสด” หรือแปรรูปเป็น “มันเส้นตากแห้ง” ก็ได้คุณภาพแบบชัวร์ เด๊ะ เด๊ะ สมหวังเป๊ะ เป๊ะ!

ปุ๋ยตรากระต่าย ปุ๋ยขายดีอันดับ 1 ที่เกษตรกรเลือกใช้  

เบื้องหลังความสำเร็จผลผลิตมันสำปะหลัง 7 ตันต่อไร่ ของคุณเอ็ม

ผลผลิตมันสำปะหลังหัวใหญ่ น้ำหนักดี ได้เปอร์เซ็นต์แป้งสูง

 

       ที่มา : ผลวิจัยเชิงคุณภาพการสำรวจตลาดปุ๋ยเคมีผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย (In-depth Interview (Store Intercept)) ปี พ.ศ. 2567 จากกลุ่มตัวอย่างร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเคมีจำนวน 120 ตัวอย่าง โดยบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด

 

สำหรับผู้ที่สนใจเคล็ดลับในการทำการเกษตร สามารถติดตามสาระเกษตรน่ารู้ ได้ที่      

เคล็ดลับ บำรุงมันสำปะหลัง ให้ลงหัวดี มีหัวใหญ่ เปอร์เซ็นแป้งสูง 

เกษตรกรรุ่นใหม่ ปลูกมันสำปะหลัง ผลผลิตเกษตรกรรุ่นใหม่ ปลูกมันสำปะหลัง ผลผลิต ตันต่อไร่ เทคนิคเตรียมดินดี ใช้ปุ๋ยคุณภาพ ได้มันหัวใหญ่ เปอร์เซ็นต์แป้งสูง 

เจาะเทคนิคปลูก “มันสำปะหลัง” แบบเกษตรกรรุ่นใหม่ เน้นควบคุมต้นทุน-บำรุงตรงจุด ได้ผลผลิตกว่า 

อินฟลูฯ สายเกษตร เผยเทคนิคปลูก “มันสำปะหลัง” ได้ผลผลิตสูง ตัน/ไร่ คุณภาพการันตีรางวัล สร้างจุดขายเพิ่มรายได้ 

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่    

Facebook:www.facebook.com/puitrakratai/   

YouTube:www.youtube.com/c/Puitrakratai     

TikTok:https://www.tiktok.com/@puitrakratai   

Line : เจียไต๋ Chia Tai https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1 

ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย :https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Fruits-Vegetables 

บทความอื่นๆ

object
object