logo
TH EN

เกษตรกรหัวก้าวหน้า เผยเทคนิคปลูก “ลำไย” ให้ได้เกรด AA สูงถึง 90% ผลผลิตสูง 4 ตันต่อไร่ สร้างรายได้หลักล้าน

       “ลำไย” เป็นไม้ผลเศรษฐกิจของไทยมาอย่างยาวนาน มีจุดแข็งสำคัญ คือ สามารถนำไปแปรรูป ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลำไยอบแห้ง ลำไยกระป๋อง หรือลำไยสดคว้านเมล็ดแช่แข็งพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นเทรนด์บริโภคล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมในประเทศจีน (ข้อมูล: กระทรวงพาณิชย์) ทำให้เกษตรกรมีช่องทางการกระจายผลผลิตได้มากขึ้น ทั้งรูปแบบ “ตลาดผลสด” และ “ตลาดแปรรูป”

 

       ทั้งนี้ สำหรับลำไยผลสด โดยเฉพาะ “ลำไยเกรด AA” ที่ได้คุณภาพผลใหญ่  ผิวสวย เนื้อหนา และรสชาติหวาน ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกและตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จะสังเกตได้เลยว่า ราคารับซื้อลำไยเกรด AA นั้นต่างจากราคาลำไยเกรดรองลงมาถึง 1 เท่าตัว เป็นเครื่องยืนยันว่าหากเกษตรกรสามารถรักษาคุณภาพผลผลิตไว้ได้ ย่อมมีโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงเช่นกัน 

 

       อย่างไรก็ตาม การบำรุงและดูแลลำไยให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูงนั้น เป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อย เพราะโดยมากมักพบปัญหาลำไยออกดอกน้อย ติดผลยาก ผลอ่อนร่วง ไปจนถึงผลแตกเสียหายช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณ คุณภาพ และราคาผลผลิตในที่สุด 

 

       แต่สำหรับคุณวรรณรัตน์ วงษ์ดี หรือป้าหิง เกษตรกรผู้ปลูกลำไย อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี สามารถพัฒนาคุณภาพลำไยให้ผลใหญ่ ผิวสวย เนื้อหนา เป็นเกรด AA มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ช่วยสร้างรายได้หลักล้าน จนเรียกได้ว่า “พลิกชีวิต” เลยทีเดียว 

 

       ป้าหิง เผยว่า ปัจจุบันปลูกลำไยบนพื้นที่รวม 20 ไร่ โดยเลือกปลูก “พันธุ์อีดอ” เป็นหลัก เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง มีจุดเด่นคือผลกลมสวย เนื้อหนา รสชาติหวาน เปลือกเหนียว ช่วยให้ทนต่อการขนส่งได้ดี แต่การจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพนั้น ต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสมควบคู่ด้วยเช่นกัน เพราะในอดีต ผลผลิตที่แปลงจะได้เพียง 1-2 ตันต่อไร่เท่านั้น ทั้งยังเจอปัญหาลำไยผลเล็ก ผิวแตก และเน่าเสียเป็นประจำ จนทำให้พ่อค้าแม่ค้าแทบไม่เข้าสวนมารับซื้อ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของป้าหิงที่หมั่นลงแปลงอย่างใกล้ชิด พร้อมศึกษาความรู้อย่างต่อเนื่องจนค้นพบแนวทางการดูแลลำไยใน 3 ช่วงเวลาสำคัญ ตั้งแต่การฟื้นต้น-ทำใบ, การราดสารดึงดอก และการบำรุงช่วงติดผลได้ตรงกับระยะการเจริญเติบโต ทำให้ปัจจุบันผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ตันต่อไร่ ทั้งยังได้คุณภาพเป็นเกรดส่งออก ช่วยเพิ่มรายได้มากขึ้นอย่างชัดเจน 

 

       กว่าจะสามารถปลูกลำไยจนได้คุณภาพเป็นเกรด AA มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เบื้องหลังความสำเร็จของป้าหิง คืออะไร? ตามไปดูกันได้เลย!  

ป้าหิง และผลผลิตลำไยเกรด AA ลูกใหญ่ ผิวสวย เนื้อหนา เกรดส่งออก
 

จัดการแปลงดี ระบบน้ำทั่วถึง
ต้นลำไย เจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตต่อเนื่อง

 

       “การจัดการแปลง” และ “ระบบน้ำ” ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อการดูแลและพัฒนาต้นลำไยในระยะยาว

 

       ดังนั้น ในการวางแปลงปลูกลำไยของป้าหิง จะปลูกโดยใช้ระยะห่างระหว่างต้น 6x6 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกลำไยได้จำนวน 18-20 ต้น ช่วยให้ต้นลำไยได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง อากาศหมุนเวียนดี ลดการสะสมของแมลงศัตรูพืช และที่สำคัญคือ สะดวกต่อการจัดการดูแลอื่น ๆ เช่น การตัดแต่งกิ่ง การฉีดพ่นสารต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงการดึงดอก-เปิดตาดอก

การวางแปลงปลูกลำไย ระยะ 6x6 เมตร

 

       สำหรับ “การวางระบบน้ำ” ป้าหิง จะเลือกใช้ระบบสปริงเกลอร์จำนวน 3 หัวต่อต้น เพื่อให้น้ำสามารถกระจายได้ครอบคลุมทั่วทรงพุ่มของต้นลำไย โดยจะแบ่งปริมาณการให้น้ำออกเป็น 3 ช่วง ตามระยะการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

       ช่วงที่ 1 เมื่อต้นลำไยเข้าสู่ “ระยะฟื้นต้น” จนถึง “ระยะสะสมอาหาร” ป้าหิงจะให้น้ำครั้งละ 30 นาที (ความถี่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์) เพื่อให้ต้นลำไยเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกระตุ้นการแตกใบใหม่ เตรียมความพร้อมในการสะสมอาหารในระยะถัดไป 

การให้น้ำช่วงที่ 1 “ระยะฟื้นต้น” จนถึง “ระยะสะสมอาหาร”

 

       ช่วงที่ 2 เมื่อต้นลำไยเข้าสู่ “ระยะดอกไข่ปลา” จนถึง “ระยะเม็ดไม้ขีดไฟ” ป้าหิงจะปรับลดการให้น้ำลงเหลือครั้งละ 15 นาที (ความถี่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์) เพื่อรักษาระดับความชื้นในดินไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดการกระตุ้น การแตกใบอ่อนแทนการพัฒนาดอกได้ 

การให้น้ำช่วงที่ 2 “ระยะดอกไข่ปลา” จนถึง “ระยะเม็ดไม้ขีดไฟ”

 

       ช่วง 3 เมื่อต้นลำไยเข้าสู่ “ระยะมะเขือพวง” ไปจนถึง “ระยะเข้าเม็ดในดำ” เป็นช่วงที่ผลลำไยกำลังขยายขนาดและสะสมความหวาน ป้าหิงจะกลับมาเพิ่มการให้น้ำเป็นครั้งละ 30 นาที (ความถี่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์) พร้อมเน้นว่าการให้น้ำในช่วงลำไยติดผลนั้น ควรคำนึงถึงความสม่ำเสมอ ทั้งในแง่ “ปริมาณ” และ “ความถี่” เป็นหลัก เพราะหากลำไยได้รับน้ำปริมาณมากและรวดเร็วเกินไปจะทำให้ผิวแตกได้  

การให้น้ำช่วงที่ 3 “ระยะมะเขือพวง” จนถึง “ระยะเข้าเม็ดในดำ”

 

       เมื่อต้นลำไยเข้าสู่ “ระยะเก็บเกี่ยว” ป้าหิงจะหยุดการให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 7 วัน เพื่อลดความชื้นในผล ถือเป็เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ลำไยได้คุณภาพ สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น รวมทั้งป้องกันปัญหาผลแตกในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวได้เป็นอย่างดี

 
       ทั้งนี้ นอกจากการจัดการเรื่องระบบน้ำและการให้น้ำอย่างเหมาะสมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดูแลต้นลำไยในระยะฟื้นต้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ช่วยให้ต้นลำไยแข็งแรง สามารถให้ผลผลิตที่ดีต่อเนื่องในระยะยาว 
 

เตรียมต้นดี-ฟื้นต้นเร็ว”  
จุดเริ่มต้นผลผลิตคุณภาพ

 

       “การฟื้นต้น” เป็นขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมให้ต้นลำไยกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง หลังสูญเสียธาตุอาหารจำนวนมากไปกับการดูแลผลลำไย ดังนั้น ป้าหิง จึงใส่ใจในการบำรุงช่วงนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการแตกใบอ่อน และส่งเสริมการสะสมอาหารได้อย่างสมบูรณ์

 

       สำหรับแนวทางการฟื้นต้นของป้าหิง จะเริ่มบำรุงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 15 วัน ด้วยการใส่ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงทั้งระบบราก ลำต้น และใบ ช่วยให้ต้นลำไยกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงได้ไว

 

       จากนั้นจะเสริมการบำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 3 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้ดินร่วนซุย มีความสามารถในการอุ้มน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้รากสามารถดูดซับธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

       ทั้งนี้ ป้าหิง เน้นว่า การใส่ “ปุ๋ยอินทรีย์” ควบคู่กับ “ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู” จะช่วยให้ลำไยฟื้นต้นได้เร็วขึ้น สังเกตได้จากลักษณะใบที่มีสีเขียวเข้ม หนา และสมบูรณ์ขึ้นอย่างชัดเจน  อีกทั้งยังช่วยให้ต้นลำไยแข็งแรง ไม่โทรมง่าย สามารถให้ผลผลิตได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 20-30 ปี 

การบำรุงระยะฟื้นต้น ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู และปุ๋ยอินทรีย์
ช่วยฟื้นต้นให้สมบูรณ์แข็งแรง เร่งการแตกยอดใบอ่อน และให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ยาว

 

ทำใบดี-สะสมอาหารครบ”
ช่วยลำไยพร้อมแตกตาดอก

 

       หลังจากฟื้นต้นได้สมบูรณ์แล้ว ลำไยจะเข้าสู่ “ระยะทำใบ” ในช่วงนี้ ป้าหิงจะเน้นการบำรุงให้ต้นแตกใบใหม่เพิ่มขึ้น เพราะ “ใบ” มีหน้าที่สังเคราะห์แสงและสร้างอาหาร ดังนั้น หากต้นลำไยมีปริมาณใบน้อย การสะสมอาหารจะไม่เพียงพอสำหรับกาพัฒนาตาดอก ส่งผลให้การชักนำดอกทำได้ยากตามไปด้วย

 

       ด้วยเหตุนี้ ป้าหิงจะวางแผนทำใบทั้งหมด 3 ชุด โดยหลังจากบำรุงฟื้นต้นได้ 1 เดือน โดยจะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น (ความถี่ทุก 30 วัน รวม 3 ครั้ง) เพื่อเร่งการแตกใบอ่อน ช่วยให้ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวสมบูรณ์ พร้อมสังเคราะห์แสงได้เต็มที่  

การบำรุงระยะทำใบ ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู
ช่วยให้ใบมีสีเขียวสมบูรณ์ ใบใหญ่และหนา ช่วยสังเคราะห์แสงได้ดี

 

       โดยป้าหิงเผยถึงผลลัพธ์การบำรุงว่า “สิ่งที่ประทับใจในปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู คือ เม็ดปุ๋ยละลายง่าย ช่วยให้ต้นลำไยดูดซับธาตุอาหารได้ไว ใช้แล้วเห็นได้ชัดเลยว่าใบใหญ่และหนาขึ้น มีสีเขียวเข้มสมบูรณ์ไวกว่าปุ๋ยยี่ห้ออื่นที่เคยใช้มา ซึ่งยิ่งต้นมีใบเขียวสมบูรณ์มากเท่าใด ก็ยิ่งสะสมอาหารได้มากขึ้นตามไปด้วย” 

ปุ๋ยตรากระต่ายสูตร 16-16-16 บลู ตัวช่วยสำคัญของป้าหิง
ละลายง่าย ช่วยให้ต้นลำไยดูดซับธาตุอาหารได้ไว ช่วยให้ต้นและใบสมบูรณ์

 

       หลังจากทำใบเรียบร้อยแล้ว ต้นลำไยจะเข้าสู่ “ระยะสะสมอาหาร” ป้าหิงจะบำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 8-24-24 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเร่งให้ใบแก่และมีสีเขียวเข้มสม่ำเสมอทั้งต้น เตรียมพร้อมสำหรับ “การดึงดอก-เปิดตาดอก” ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องกัน 

การบำรุงระยะสะสมอาหาร ช่วยให้ใบสมบูรณ์ เตรียมพร้อมในการดึงดอก

 

       ทั้งนี้ ก่อน “การดึงดอก” หรือการราดสารฯ จำเป็นต้องงดน้ำอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ต้นลำไยหยุดการแตกใบอ่อน จากนั้นป้าหิง จะใช้วิธีฉีดพ่นทางใบด้วย “สารโพแทสเซียมคลอเรต” อัตรา 2 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ (ความถี่ทุก 5 วัน รวม 2 ครั้ง) เพื่อชักนำการออกดอกของลำไย  

การฉีดพ่นสารโพแทสเซียมคลอเรต เพื่อชักนำการออกดอกของลำไย

 

       หลังจากดึงดอกไปแล้ว 5 วัน จะฉีดพ่น “ฮอร์โมนเปิดตาดอก” อัตรา 200 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ (ความถี่ทุก 5 วัน รวม 3 ครั้ง) เพื่อกระตุ้นให้ลำไย แทงช่อดอกได้สมบูรณ์  

การฉีดพ่นฮอร์โมนเปิดตาดอก เพื่อกระตุ้นให้ลำไย แทงช่อดอกได้สมบูรณ์

 

       เมื่อต้นลำไยเข้าสู่ระยะแทงช่อดอก จนเริ่มสังเกตเห็น “ตาดอก” ป้าหิงเน้นย้ำว่า ในระยะนี้ไปจนถึง “ดอกระยะไข่ปลา” และ “ระยะเม็ดไม้ขีด” จะงดการบำรุงธาตุอาหารทุกชนิด โดยยังคงให้น้ำเพียงอย่างเดียว เพราะทั้ง 2 ระยะนี้เป็นช่วงที่ดอกกำลังพัฒนา ถือเป็นช่วงที่อ่อนไหวมากที่สุด จึงไม่ควรใส่ปุ๋ยหรือฉีดพ่นฮอร์โมนใดๆ เพราะอาจทำให้ดอกหลุดร่วง ติดผลน้อย หรืออาจไม่ติดผลเลยได้

 
เทคนิคบำรุง “ระยะขยายผล-ระยะเก็บเกี่ยว” 
เพื่อลำไยน้ำหนักดี 4 ตันต่อไร่ ได้เกรด AA สูงถึง 90% 

 

       ระยะขยายผล” จนถึง “ระยะเก็บเกี่ยว” ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิต เนื่องจากในช่วงนี้ผลลำไยจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเริ่มสร้างความหวาน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงกับ “ปัญหาผลแตก” ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างฉับพลัน เช่น ฝนตกหนักในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว หรือการให้น้ำมากเกินไป จนทำให้เปลือกลำไยขยายตัวไม่ทันกับการสร้างเนื้อ ส่งผลให้ผิวปริแตกในที่สุด 

ช่วงการบำรุงขยายผล ต้องใส่ใจการดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้ผลแตก

 

       ดังนั้นการบำรุงและดูแลลำไยในระยะนี้ จึงต้องใส่ใจทั้งเรื่องการให้น้ำควบคู่กับการบำรุงด้วย ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมความแข็งแรงของเปลือก ช่วยให้ผลลำไยขยายตัวได้เต็มที่โดยไม่แตกง่าย อีกทั้งยังช่วยให้การลำเลียงสารอาหารและน้ำตาลเข้าสู่ผลได้ดีขึ้น ทำให้ลำไยเนื้อหนา รสชาติหวาน กรอบ เป็นที่ต้องการของตลาด

 

โดยป้าหิงจะมีเทคนิคการบำรุงคือ แบ่งการบำรุงผลออกเป็น 2 ระยะตามการเจริญเติบโตดังนี้ 

 

       การบำรุงระยะผลอ่อน หรือระยะมะเขือพวง (อายุ 60 วัน หลังติดดอก) เป็นช่วงที่ผลกำลังขยายขนาดอย่างรวดเร็ว ผิวเปลือกเริ่มขยาย ป้าหิงจะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 25-7-7 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น (ความถี่ทุก 10 วัน รวม 2 ครั้ง) ช่วยเพิ่มการพัฒนาของผลเล็ก สร้างเปลือกให้หนาและแข็งแรง รองรับการขยายผลจากนั้นจะเสริมด้วยการฉีดพ่น “ธาตุอาหารรอง-ธาตุอาหารเสริม” อย่าง แคลเซียม-โบรอน” อัตรา 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1ไร่ (ความถี่ทุก 10 วัน รวม 3 ครั้ง) เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ลำไยผลแตก ลดการหลุดร่วง และเน่าเสียได้เป็นอย่างดี 

การบำรุงระยะผลอ่อน ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 25-7-7 บลู และเสริมด้วย แคลเซียมโบรอน
ช่วยให้ผลเล็กสมบูรณ์ ป้องกันไม่ให้ลำไยผลแตก ลดการหลุดร่วง

 

       การบำรุงระยะขยายผล หรือระยะเข้าเม็ดในดำ (อายุ 90 วัน หลังติดดอก) เป็นช่วงที่ผลลำไยเริ่มพัฒนาเมล็ดภายใน สร้างเนื้อ และพัฒนาความหวาน จะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น (ความถี่ทุก 10-12 วัน จนถึงช่วงก่อนเก็บเกี่ยว 10 วัน) ช่วยบำรุงให้ลำไยผลใหญ่ น้ำหนักดี เนื้อหนา รสชาติหวาน ได้คุณภาพเป็นเกรด AA ตรงตามความต้องการของตลาด  

การบำรุงระยะขยายผล ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20
ช่วยให้ลำไยผลใหญ่ น้ำหนักดี เนื้อหนา รสชาติหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด

 

       โดยป้าหิงเล่าถึงความประทับใจหลังใช้ปุ๋ยตรากระต่ายว่า “จากประสบการณ์ปลูกลำไยมากว่า 30 ปี ป้าถือว่าระยะขยายผล เป็นระยะปราบเซียนเลยนะ เราจะได้ผลผลิตดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่ช่วงนี้แหละ ซึ่งป้ายกให้ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 เป็นตัวช่วยสำคัญและอันดับหนึ่งในใจเลย เพราะช่วยให้ลำไยเปลือกหนา ไม่มีน้ำซึม ผลไม่แตก แทบไม่มีเน่าเสียเลย จนปัจจุบันผลผลิตได้น้ำหนักรวมถึง 4 ตันต่อไร่ เป็นเกรด AA สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์” 

ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 ช่วยให้ผลผลิตดี ป้องกันผลแตก

 
ผลผลิตเน้นคุณภาพ ขายแบบคัดเกรด
กำไรเพิ่มหลักแสน

 

       ปัจจัยในการกำหนดรายได้ของเกษตรกร ไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของผลผลิตเท่านั้น แต่ “รูปแบบการขาย” ก็มีผลไม่แพ้กัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการขายลำไยจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ

 

  1. การขายแบบเหมาสวน ผู้ซื้อจะประเมินราคาผลผลิตทั้งสวน และตกลงราคากับเกษตรกร ดังนั้น จึงอาจได้ราคารับซื้อต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากราคาไม่ได้สะท้อนคุณภาพของลำไยในแต่ละเกรด

  2. การขายแบบแบ่งเกรด ลำไยจะถูกคัดแยกขนาดเป็นเกรด AA, A, B, C ตามลำดับ แล้วจึงขายตามราคาตลาดของแต่ละเกรด โดย “ลำไยเกรด AA” จะมีลักษณะผลกลมสวย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 27 มิลลิเมตร (หรือประมาณเหรียญ 10 บาท) ผิวมีตำหนิน้อย เนื้อหนา ไม่ฉ่ำน้ำ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมีราคาดีที่สุด

ที่สวนของป้าหิง ได้ผลผลิตดี สามารถขายแบบแบ่งเกรดได้ราคา

 

       สำหรับผลผลิตของป้าหิง ซึ่งผ่านการดูแลอย่างพิถีพิถัน จนได้คุณภาพเป็นเกรด AA ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ จึงเลือกขายด้วยรูปแบบแบ่งเกรดเป็นหลัก สามารถสร้างรายได้มากกว่าแบบเหมาสวนถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

 

       โดยป้าหิง เผยถึงเส้นทางความสำเร็จว่า “สมัยก่อนลำไยของป้าได้ผลผลิตน้อยมากแค่ 1-2 ตันต่อไร่ ผลก็ไม่ค่อยโต ทั้งเน่าและแตก จนพ่อค้าไม่เข้าสวนเลย ป้าก็ท้อนะ แต่ไม่ถอย สู้มาตลอด จนตอนนี้ได้ผลผลิตเกรด AA เกือบทั้งสวน ก็มีกำลังใจปลูกลำไยต่อไปอีกยาว ๆ เลย แต่ความสำเร็จนี้ก็ไม่ได้มาง่าย ๆ นะ ป้าก็พยายามปรับตัวเรียนรู้อยู่เสมอ จนผลผลิตออกมาได้คุณภาพ น้ำหนักสูง 4 ตันต่อไร่ สร้างกำไรหลักแสนบาทต่อรอบเลย อย่างปีที่ผ่านมาลำไยราคาดี ป้ามีรายได้เพิ่มขึ้นมาครึ่งล้าน คุ้มค่ามาก ๆ” 

ป้าหิงกับ “ปุ๋ยตราระต่าย” ตัวช่วยเพื่อลำไยคุณภาพเกรด AA

 

       ด้วยความมุ่งมั่นของ “เกษตรกรหัวก้าวหน้า” อย่างคุณวรรณรัตน์ วงษ์ดี หรือป้าหิง ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา  หมั่นลงแปลงปลูกดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การให้น้ำ การราดสารดึงดอกอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการปรับปรุงเทคนิคการบำรุงตั้งแต่ “การฟื้นต้น-ทำใบ” ต่อเนื่องไปจนถึง “การบำรุงช่วงติดผล” ด้วย  “ปุ๋ยตรากระต่าย” ปุ๋ยขายดีอันดับ 1 ที่เกษตรกรเลือกใช้ จึงช่วยตอบโจทย์การเพิ่มผลผลิตได้อย่างแท้จริง พิสูจน์ได้จากผลผลิตที่สูงถึง 4 ตันต่อไร่ ลำไยผลใหญ่ คุณภาพดี ได้เกรด AA มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพจัดเต็มแบบนี้ ขายได้ราคาดีแบบชัวร์ เด๊ะ เด๊ะ สมหวังเป๊ะ เป๊ะ! 

ผลผลิตลำไยป้าหิง เกรด AA ลูกใหญ่ ผิวสวย เนื้อหนา เปลือกไม่แฉะ 
เป็นเกรดส่งออกมากกว่า 90%

 

       ที่มา : ผลวิจัยเชิงคุณภาพการสำรวจตลาดปุ๋ยเคมีผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย (In-depth Interview (Store Intercept)) ปี พ.ศ. 2567 จากกลุ่มตัวอย่างร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเคมีจำนวน 120 ตัวอย่าง โดยบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด

 

สำหรับผู้ที่สนใจเคล็ดลับในการทำการเกษตร สามารถติดตามสาระเกษตรน่ารู้ ได้ที่       

เคล็ดลับการปลูกลำไย ผลใหญ่ คุณภาพดี เป็นเกรดส่งออก ต้องทำอย่างไร 

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่    

Facebook:www.facebook.com/puitrakratai/     

YouTube:www.youtube.com/c/Puitrakratai   

TikTok:https://www.tiktok.com/@puitrakratai   

Line : เจียไต๋ Chia Tai https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1 

ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย :https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Fruits-Vegetables 

บทความอื่นๆ

object
object