“ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย และมีอายุเก็บเกี่ยวเพียง 100-110 วัน หากปลูกเป็น “พืชหลัก” สามารถปลูกได้หลายรอบต่อปี หรือหากปลูกเป็น “พืชเสริมหลังทำนา” ก็มีตลาดรองรับแน่นอน เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ต้องนำเข้าปีประมาณ 1-2 ล้านตัน (ข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2568) จึงเป็นโอกาสให้เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้บนพื้นที่เดิมได้อย่างคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทุกภาคทั่วประเทศ แต่ไม่เหมาะกับ “พื้นที่มีน้ำท่วมขัง” เพราะดินที่อุ้มน้ำเป็นเวลานานจะทำให้อากาศถ่ายเทได้น้อย ทำให้รากพืชไม่สามารถดูดซับธาตุอาหารได้เต็มที่ ส่งผลให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น จนทำให้ผลผลิตตกต่ำในที่สุด
แต่ข้อจำกัดนี้ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับ “คุณแอร์-กำพล พันธุ์วิเศษ” อายุ 33 ปี เกษตรกรรุ่นใหม่ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เพราะใช้แนวคิด “การปลูกพืชหมุนเวียน” ด้วยการปลูก “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ควบคู่กับการปลูก “ข้าว” เพื่อกระจายความเสี่ยง ทั้งยังช่วยสร้างรายได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย
คุณแอร์ เผยว่า ในอดีตครอบครัวมีอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่ในระยะหลังราคาข้าวมีความไม่แน่นอน จึงหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทน เพราะปลูกง่าย ราคาผันผวนต่ำ และมีตลาดรองรับที่แน่นอน แต่เนื่องจากสภาพแปลงปลูกมีทั้งส่วนที่เป็น “พื้นที่ดอน” และ “พื้นที่ลุ่ม” ซึ่งมีน้ำท่วมขัง ในฤดูฝน ทำให้ไม่สามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้อย่างต่อเนื่อง จึงต้องวางแผนปลูกข้าว เป็นพืชเสริมอีก 1 รอบเพื่อไม่ให้ขาดรายได้ ส่วนบนพื้นที่ดอน ซึ่งมีการระบายน้ำดีอยู่แล้ว จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3 รอบต่อปี
ทั้งนี้ นอกจากการบริหารพื้นที่อย่างเหมาะสมแล้ว คุณแอร์ ยังให้ความสำคัญกับการดูแล ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมแปลง การกำจัดวัชพืช และการบำรุงธาตอาหารให้ตรงตามระยะการเจริญเติบโต จนได้ผลผลิตสูงถึง 2.3 ตันต่อไร่ ขณะที่ค่าเฉลี่ยผลผลิตในพื้นที่ใกล้เคียง จะอยู่ที่ 1.5-1.6 ตันต่อไร่เท่านั้น
เบื้องหลังความสำเร็จในการปลูก “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ของคุณแอร์ คืออะไร? ไปติดตามเคล็ดลับจากประสบการณ์จริงของ “เกษตรกรรุ่นใหม่” คนนี้กันเลย!
คุณแอร์-กำพล พันธุ์วิเศษ เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้ปลูก “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” เป็นพืชหลัก ควบคู่กับ “ข้าว” เป็นพืชเสริม
เตรียมดินดี ขั้นตอนสำคัญ
เพิ่มผลผลิต ปลูกฤดูไหนก็รอด!
“การเตรียมดิน”ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะดินที่มีลักษณะโปร่งและร่วนซุยไม่เพียงช่วยให้รากพืชแผ่ขยายหาอาหารได้ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยระบายน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝนได้เช่นกัน ดังนั้น คุณแอร์ จึงใส่ใจกับการเตรียมแปลงเป็นพิเศษ
โดยหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว คุณแอร์ จะเริ่มเตรียมแปลงด้วยการ “ไถดะ” ผาน 3 เพื่อย่อยซังข้าวโพดและไถกลบกำจัดวัชพืช เสร็จแล้วจะ “ตากดิน” ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วัน เพื่อพักดินและฆ่าเชื้อโรคในดิน จากนั้นจะเริ่ม “ไถแปร” อีกครั้ง โดยใช้เทคนิคไถขวางกับแนวไถดะ เพื่อย่อยดินให้แตกตัวได้ดีขึ้น และภายในวันเดียวกันจะ “ไถปั่น” เป็นรอบสุดท้าย เพื่อให้ดินละเอียดร่วนซุยมากที่สุด ช่วยให้เมล็ดพันธุ์งอกได้ดี รากพืชสามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่
ทั้งนี้ หากปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูฝน คุณแอร์ จะ “ยกร่องปลูก” เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นตอน เพื่อให้การระบายน้ำในแปลงดีขึ้น
หลังจากเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว จะวางแปลงปลูก “แบบร่องคู่” โดยเว้นระยะห่างระหว่างร่อง 70-75 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้น 20-25 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างร่องคู่ 20-25 เซนติเมตร
ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 มีธาตุอาหารรองอย่างแคลเซียม (Ca) ช่วยให้รากพืชแตกตัวได้ดี
“ใส่ใจกำจัดวัชพืช-บำรุงธาตุอาหารครบ”
ได้ข้าวโพดฝักใหญ่ น้ำหนักดี ผลผลิตสูง 2.3 ตันต่อไร่
ในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ได้ผลผลิตสูง เกษตรกรหลายคนมองข้ามขั้นตอน “การควบคุมและกำจัดวัชพืช” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม จะทำให้สูญเสียผลผลิตได้มากถึง 70% โดยเฉพาะในช่วงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุ 13-15 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นข้าวโพดเปราะบางและเสียหายได้มากที่สุด (ที่มา : วารสารแก่นเกษตร โดยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
เมื่อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อายุได้ 14 วัน คุณแอร์ จะใช้ “ชุดคลีโอ-โปร” ที่ประกอบไปด้วย คลีโอ (สารโทพรามีโซน) อัตรา 100 ซีซี, ทาซีแม็กซ์-โปร (สารอะทราซีน) อัตรา 900 กรัม และเบสมอร์ (สารเพิ่มประสิทธิภาพ) อัตรา 200 ซีซี ละลายในน้ำปริมาณ 400 ลิตร ต่อพื้นที่ 6 ไร่ ฉีดพ่นเพื่อควบคุม-กำจัดวัชพืชใบแคบและใบกว้าง ไม่ให้แย่งธาตุอาหารต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (สามารถฉีดพ่นทับได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อต้นข้าวโพด)
“ระบบน้ำพุ่ง” ภายในแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของคุณแอร์
โดยคุณแอร์ จะปรับการให้น้ำ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” แตกต่างกันตามระยะการเจริญเติบโต ดังนี้
- หลังหยอดเมล็ดพันธุ์ จะให้น้ำทันที นานครั้งละ 15 นาที เพื่อให้ดินมีความชื้น ช่วยให้เมล็ดพันธุ์งอกได้ดีกว่าดินที่แห้งและแข็ง
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อายุ 10-15 วัน เป็นระยะการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ จะให้น้ำนานครั้งละ 15-30 นาที ความถี่ทุกๆ 7-10 วัน แต่หากสังเกตได้ว่าใบข้าวโพดเริ่มห่อ แสดงถึงอาการขาดน้ำ คุณแอร์ จะเริ่มให้น้ำทันที เพื่อให้ต้นข้าวโพดสามารถเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อายุ 60 วัน เป็นระยะออกดอกและสร้างเมล็ด ถือเป็นช่วงสำคัญที่ห้ามขาดน้ำ ดังนั้น คุณแอร์ จะให้น้ำนานครั้งละประมาณ 15 นาที ความถี่ทุกๆ 7 วัน เพื่อให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สร้างเมล็ดได้สมบูรณ์
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อายุ 100 วันขึ้นไป เป็นระยะเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิต จะหยุดการให้น้ำ เพื่อให้ฝักและต้นของข้าวโพดแห้งสนิท และลดความชื้นในเมล็ด
การงดน้ำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วยให้ข้าวโพดฝักแห้งสนิท และลดความชื้นในเมล็ด
วางแผนการปลูก-บริหารพื้นที่คุ้มค่า
ช่วยสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
ด้วยความที่พื้นที่ทำเกษตรทั้งหมด 27 ไร่ของคุณแอร์ มีทั้งบริเวณที่เป็น “พื้นที่ดอน” และ “พื้นที่ลุ่ม” ซึ่งจะมีน้ำท่วมขังในฤดูฝนเป็นประจำทุกปี ทำให้ไม่เหมาะกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ดังนั้น คุณแอร์ จึงปรับตัวด้วยการวางแผนปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่และฤดูกาล โดยบน “พื้นที่ดอน15 ไร่” ซึ่งมีการระบายน้ำได้ดีอยู่แล้ว จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละ 3 รอบ ส่วนบน “พื้นที่ลุ่ม 12 ไร่” จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 รอบ และในช่วงฤดูฝนจะสลับมาปลูก “ข้าว” ซึ่งเป็นพืชที่ทนน้ำท่วมขังได้ดีกว่า ปีละ 1 รอบ เพื่อให้ยังคงมีรายได้สม่ำเสมอตลอดทั้งปี
การปลูกข้าวบนพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงฤดูฝน
สำหรับ “การปลูกข้าวเป็นพืชเสริมในฤดูฝน” คุณแอร์ จะใช้วิธีปลูกแบบ “นาหว่าน” และยังคงยึดแนวทางการบำรุงธาตุอาหารตามแบบฉบับของรุ่นพ่อแม่ เนื่องจากผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลลัพธ์ดีจริง โดยจะแบ่งการบำรุงออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะข้าวแตกกอ (อายุ 15 วัน) จะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 46-0-0 อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบำรุงให้ต้นข้าวเจริญเติบโตดี แตกกอเร็ว และมีลำต้นแข็งแรง
- ระยะข้าวตั้งท้อง (อายุ 30 วัน) จะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-20-0 ผสมกับปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 46-0-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ (สัดส่วน 2:1) เพื่อบำรุงให้ต้นข้าวใบเขียว แทงใบสูง เตรียมพร้อมสร้างรวงและเมล็ดได้ดี
- ระยะข้าวออกรวง (อายุ 60 วัน) จะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 อัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ ช่วยให้ต้นข้าวออกรวงได้อย่างสมบูรณ์ เมล็ดเต็ม ออกสุดปลายรวง ได้ผลผลิตสูง ถึง 1.2 ตันต่อไร่