logo
TH EN

เทคนิคการบำรุงอ้อย ให้ลำใหญ่ ได้น้ำหนัก และค่า C.C.S. สูง

       “อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างมูลค่าสูงถึง 106,769,688,710 บาท ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้กำหนดราคาขั้นต้นในการรับซื้ออ้อย ระดับความหวาน (ค่า C.C.S.) ที่ 10 อยู่ที่ 1,160 บาทต่อตัน ทั้งนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยรวมทั้งสิ้น 11,161,324 ไร่ ได้ผลผลิตรวมประมาณ 92,042,832ตัน (ข้อมูลสถานการณ์การปลูกอ้อย ปีการผลิต 2567/68 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล กระทรวงอุตสาหกรรม)

 

       เป็นที่ทราบกันดีว่าอ้อยเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตน้ำตาล แต่ส่วนที่เหลือจากการผลิต เช่น กากอ้อยและกากน้ำตาล ยังสามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ เอทานอล แอลกอฮอล์ พลังงานชีวภาพ และอาหารสัตว์ เป็นต้น ทำให้ผลผลิตอ้อยมีตลาดรองรับ และมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

 

       “อ้อยจัดอยู่ในกลุ่มพืชไร่ มีระยะเวลาการเจริญเติบโตที่ยาวนาน และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่อง 2-3 ปี สำหรับการปลูกอ้อยตามฤดูกาลจะมี 2 รอบ ดังนี้

 

  1. การปลูกอ้อยฤดูฝน จะเริ่มปลูกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน พื้นที่เพาะปลูกจะอยู่ในเขตชลประทาน มีแหล่งน้ำทำการเกษตร ข้อดีคือมีน้ำเพียงพอในการเพาะปลูก ทำให้อ้อยเจริญเติบโตได้ดี มีความสมบูรณ์

  2. การปลูกช่วงปลายฤดูฝน หรือที่เรียกว่า “อ้อยข้ามแล้ง” จะเริ่มปลูกช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม โดยพื้นที่ปลูกจะอยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งการปลูกในฤดูนี้จะมีวัชพืชขึ้นน้อยกว่าฤดูฝนทำให้ควบคุมวัชพืชได้ง่าย 

การปลูกอ้อยสามารถแบ่งเป็น 2 รอบ ตามฤดูกาลปลูก

 

       วันนี้ปุ๋ยตรากระต่ายขอแนะนำเทคนิคการปลูกและการบำรุงอ้อยอย่างมืออาชีพ เพื่อให้อ้อยลำใหญ่ ได้น้ำหนัก ค่า C.C.S. สูง มาติดตามไปพร้อมกันครับ 

 

การเลือกสายพันธุ์อ้อย

 

       การปลูกอ้อยต้องเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก เพื่อให้อ้อยเจริญเติบโตได้ดี มีความสมบูรณ์ สำหรับอ้อยที่จะนำมาเป็นท่อนพันธุ์นั้น ต้องมีอายุระหว่าง 8-10 เดือนขึ้นไป และควรเป็นอ้อยปลูกใหม่ ไม่มีโรคและแมลงรบกวน รวมทั้งมีตาที่สมบูรณ์ และเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อเนื่อง 2-3 ปี   โดยขอแนะนำวิธีการเลือกสายพันธุ์อ้อย ดังนี้

 

  1. สายพันธุ์อ้อยจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการเริ่มสะสมความหวาน โดยต้นที่จะมาทำเป็นท่อนพันธุ์ ควรมีอายุที่เหมาะสม เพื่อให้ต้นอ้อยแตกหน่อได้ดี  ดังนี้
  • อ้อยพันธุ์เบา มีระยะเวลาการสะสมความหวานที่เร็วที่สุด อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 8-10 เดือน  
  • อ้อยพันธุ์กลาง มีระยะเวลาการสะสมความหวานปานกลาง อายุการเก็บเกี่ยวระหว่าง 10-12 เดือน  
  • อ้อยพันธุ์หนัก มีระยะเวลาการสะสมความหวานช้าที่สุด มีอายุการเก็บเกี่ยวมากกว่า 12 เดือน 

    2. การเลือกสายพันธุ์อ้อยควรคำนึงถึงปริมาณผลผลิต และค่า C.C.S. โดยผลผลิตที่ได้ควรมากกว่า 10 ตัน ต่อไร่ และมีค่า C.C.S. เฉลี่ยที่ 12

 

    3. แนะนำการเลือกสายพันธุ์ ให้เหมาะกับพื้นที่แต่ละภูมิภาค ดังนี้

  • สำหรับภาคเหนือ มีพันธุ์อ้อยที่เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก 11 สายพันธุ์ ที่แนะนำคือ K84-96, K84-200, K88-92, K90-77, K93-219, K95-84, LK92-11, LK92-192, อู่ทอง 3, 94-2-483 และ 95-2-15
  • พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพันธุ์อ้อย 17 สายพันธุ์ ที่แนะนำคือ K84-200, K88-87, K88-92 ,K90-77, K91-247, K92-60, K92-213 ,K93-219, K95-84 ,K95-161, C01148 ,Q130, 023L ,อู่ทอง 1, อู่ทอง3, อู่ทอง5, และอู่ทอง
  • พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก มีพันธุ์อ้อย 18 สายพันธุ์ ที่แนะนำคือ K84-200, K88-65 ,K88-92 ,K90-54 ,K90-77, K92-80 ,K92-213 ,K93-219, K95-84, K95-161, K95-283 ,อู่ทอง, อู่ทอง3, อู่ทอง6 ,มก.50, LK92-11, 94-2-483 4R และ95-2-156
  • พื้นที่ภาคตะวันออก มีพันธุ์อ้อย 7 สายพันธุ์ ที่แนะนำคือ K84-200 ,K88-92, K92-60 ,K93-219 ,K95-84 ,LK92-11และ K84-92

ขั้นตอนการปลูกและการบำรุงอ้อยอย่างมืออาชีพ

 

       การปลูกอ้อยใหม่ จะเริ่มด้วยการเตรียมแปลงโดยการไถดะด้วยผาน 3 เพื่อพลิกดิน จากนั้นจะทำการไถพรวน ด้วยผาน 7 เพื่อย่อยดินให้เล็กลง และตากดินเพื่อฆ่าเชื้อโรค 7-14 วัน แล้วทำการยกร่อง ความสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร เว้นระยะห่างระหว่างร่องประมาณ 1.2-1.3 เมตร  

ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกอ้อย

 

       จากนั้นจึงทำการปักท่อนพันธุ์พร้อมกับใส่ปุ๋ยรองพื้น โดยใช้ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 หรือปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-8-8 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับแคลซิแมค (สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช) อัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ดินมีความสมบูรณ์ และช่วยให้ต้นอ้อยแตกหน่อได้ดี ยืนต้นได้เร็ว และโตไว  

การใส่ปุ๋ยบำรุงในอ้อยตอ

 

       เมื่อเข้าสู่ระยะอ้อยต้นเล็ก (ทั้งอ้อยปลูกใหม่ และอ้อยตอ) เกษตรกรควรให้ความสำคัญในการบำรุงธาตุอาหารและการให้น้ำ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต ช่วยให้อ้อยต้นเล็กมีความสมบูรณ์ ได้ผลผลิตที่ดีต่อไป   

 

       เมื่ออ้อยเข้าสู่ระยะแตกกอ (อายุ 1-2 เดือน)  ควรมีการให้น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ต้นอ้อยสมบูรณ์ โตไว และไม่ควรปล่อยให้ต้นอ้อยขาดน้ำติดต่อกัน 20-30 วัน เพราะจะทำให้ต้นแคระแกร็น ส่งผลเสียหายต่อผลผลิต อ้อยในระยะนี้แนะนำบำรุงด้วย ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 หรือปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-8 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ต้นอ้อยมีความสมบูรณ์ แตกกอได้ดี ได้กอใหญ่ พร้อมเข้าสู่ระยะสะสมความหวานต่อไป   

การใส่ปุ๋ยรองพื้นพร้อมทำการปักท่อนพันธุ์อ้อย 

 

       สำหรับการปลูกอ้อยด้วยการบำรุงตอ หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต จะทำการไถด้วยผานไถสับใบให้ทั่วแปลงปลูก  จากนั้นจะบำรุงครั้งแรกเมื่ออ้อยแตกหน่อขึ้นใหม่ ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 46-0-0 หรือปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 21-0-0 หรือปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-8-8 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับแคลซิแมค (สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช) อัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโต ให้อ้อยต้นเล็กโตไว แข็งแรงและสมบูรณ์ 

การใส่ปุ๋ยบำรุงอ้อยระยะแตกกอ

 

       เมื่อต้นอ้อยเข้าสู่ระยะยืดปล้อง สะสมความหวาน (อายุ 3-4 เดือน) จะเป็นช่วงที่ต้นอ้อยเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องดูแลและใส่ใจบำรุงธาตุอาหารอย่างเต็มที่ เพื่อให้ต้นอ้อยสมบูรณ์และสะสมความหวานได้ดี แนะนำใช้ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 หรือปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 13-13-24 บลู อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อช่วยให้อ้อยลำใหญ่ ได้น้ำหนัก เพิ่มค่า C.C.S. ให้สูงขึ้น  

 การใส่ปุ๋ยบำรุงอ้อยระยะยืดปล้อง

 

       เมื่อต้นอ้อยเข้าสู่ระยะสุกแก่ (อายุ 8 เดือน) เป็นช่วงที่ต้นสะสมความหวาน เพิ่มค่า C.C.S. มีเคล็ดลับการดูแลอ้อยในระยะนี้คือ แนะนำใหงดการบำรุงธาตุอาหารและการให้น้ำ หากในพื้นที่มีฝนตก ควรระบายน้ำออกทันที เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว และจะเริ่มตัดผลผลิตได้ตั้งแต่อ้อยอายุ 10-14 เดือน 

อ้อยคุณภาพ แตกกอดี ลำใหญ่ ค่า C.C.S. สูง

 

       อ้อยเป็นพืชที่มีความต้องการและมีตลาดรองรับที่แน่นอน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพาะปลูก ที่ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พี่น้องเกษตรกร ในการปลูกอ้อยเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ สิ่งสำคัญคือ การบำรุงธาตุอาหารตามระยะการเจริญเติบโต ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย ปุ๋ยยอดขายอันดับ 1 ที่เกษตรกรเลือกใช้ ตั้งแต่อ้อยต้นเล็ก อ้อยระยะแตกกอ ไปจนถึงอ้อยระยะยืดปล้องและสะสมความหวาน เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพ ลำใหญ่ น้ำหนักดี มีค่า C.C.S. สูง ชัวร์เด๊ะ เด๊ะ สมหวัง เป๊ะ เป๊ะ 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล 

  1. สถานการณ์การปลูกอ้อย ปีการผลิต 2567/68 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล กระทรวงอุตสาหกรรม 

  2. การปลูกอ้อย/กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

  3. เทคโนโลยีการผลิตอ้อย/สถาวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

  4. ผลวิจัยเชิงคุณภาพการสำรวจตลาดปุ๋ยเคมีผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย (In-depth Interview (Store Intercept)) ปี พ.ศ. 2567 จากกลุ่มตัวอย่างร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเคมีจำนวน 120 ตัวอย่าง โดยบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด 

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่    

Facebook:www.facebook.com/puitrakratai/     

YouTube:www.youtube.com/c/Puitrakratai   

TikTok:https://www.tiktok.com/@puitrakratai 

Line: เจียไต๋ Chia Tai: https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1 

ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย 

ปุ๋ยสำหรับพืชไร่ : https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Rice-Fields 

ปุ๋ยสำหรับไม้ผล : https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Fruits-Vegetables 

บทความอื่นๆ

object
object