นอกจากใส่ปุ๋ยดีมีคุณภาพแล้ว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังต้องการน้ำที่เหมาะสมตลอดฤดูปลูกด้วย และเนื่องจากคุณสีไพรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการคือวางระบบสปริงเกอร์ความยาว 5-6 เมตร ต่อจากแหล่งน้ำบาดาลที่ขุดไว้ วางหัวสปริงเกอร์ตามแนวต้นข้าวโพด เปิดให้น้ำจุดละ 1 ชั่วโมงแต่เช้าถึงเย็นทุกวันจนครบทุกแนว ใช้เวลา 5 วันจนครบทั้งแปลง แล้วก็วนให้น้ำใหม่
“การใส่ใจ ลงดูแปลงทุกวันทำให้เราเห็นปัญหา ถ้าเจอหนอนทำลายใบ ก็ต้องรีบป้องกันและจัดการทันที เพื่อไม่ให้ขยายวงกว้าง” คุณสีไพร กล่าว
เลือกใช้ “ปุ๋ยดี” ได้ผลผลิตชัวร์
มั่นใจพืชชนิดไหนก็ใช้ได้
เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยตรากระต่ายสำหรับข้าวและพืชไร่ แต่คุณสีไพรใช้ปุ๋ยกระต่ายสำหรับพืชผักและไม้ผล เพื่อบำรุงพืชอื่นๆที่ปลูกอยู่ เพราะมั่นใจในคุณภาพ
“ผมใช้ปุ๋ยตรากระต่ายมานานแล้ว นอกจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว ก็ยังใช้ทั้งกับมะขามหวาน ข้าวนาปี ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ที่มั่นใจเพราะใช้แล้วเห็นผลจริง ผมจะทดลองใช้ปุ๋ยต่างๆ ในแปลงทดลองก่อน เปรียบเทียบกันแล้วปุ๋ยตรากระต่ายจะช่วยให้ใบเขียวนานกว่า ต้นแข็งแรง ผลผลิตคุณภาพดี คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด”
คุณสีไพร เผยว่า การปลูกมะขามหวาน จะเริ่มเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุได้ 7 ปี และผลผลิตออกเต็มที่เมื่ออายุ 10-13 ปี ขึ้นไป ซึ่งในพื้นที่ 40 ไร่ของเขา แบ่งการดูแลเป็น 3 ระยะ ได้แก่
1. ระยะแตกใบอ่อน จะใส่ปุ๋ยตรากระต่ายสูตร 16-16-16 บลู ปริมาณ 3 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อช่วยบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ แตกใบ พร้อมแตกช่อดอก
2. ระยะติดดอก จะงดใส่ปุ๋ยทางดิน เพราะหากใส่ปุ๋ยช่วงนี้จะทำให้ฝักแตกและผลร่วง
3. ระยะติดผลเล็ก เป็นช่วงการให้ปุ๋ยทางใบ (ฮอร์โมน) จะช่วยเปิดตาดอก ติดผลดก ขั้วดอกเหนียว และดูแลฝักอ่อนให้แข็งแรง