“หอมหัวใหญ่” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทย ที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก โดยในปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยมียอดส่งออกหอมหัวใหญ่สูงถึง 7,614 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 122 ล้านบาท (กรมการค้าต่างประเทศ, 2566) โดยเหตุนี้ จึงทำให้หอมหัวใหญ่เป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกเป็นพืชรองสลับกับพืชหลัก โดยเฉพาะในภาคเหนือของประเทศ ด้วยสภาพอากาศที่เย็นและแสงแดดที่เพียงพอ ทำให้หอมหัวใหญ่เจริญเติบโตได้ดี และหากได้รับการดูแลและการบำรุง จะยิ่งทำให้หอมหัวใหญ่น้ำหนักดี หัวใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า "เบอร์ศูนย์" ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและเก็บขายได้ราคาสูง ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้เพิ่มขึ้น
ขั้นตอนการปลูกและบำรุง “หอมหัวใหญ่” แบบมืออาชีพ
เคล็ดลับสำคัญของการปลูกหอมหัวใหญ่ให้ได้ผลผลิตดี ต้องเริ่มใส่ใจตั้งแต่การเพาะกล้า เพื่อให้ต้นกล้าสมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมในการย้ายลงแปลงปลูก และเจริญเติบโตเป็นหอมหัวใหญ่คุณภาพ
ขั้นตอนการเตรียมแปลงเพาะกล้า
- ทำการไถดะ เพื่อพลิกหน้าดินและกำจัดวัชพืช จากนั้นตากดินเพื่อฆ่าเชื้อโรค ประมาณ 7-10 วัน
- ใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 500 – 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับสภาพดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ให้ดินมีความสมบูรณ์
- จากนั้นรองพื้นด้วย ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับ แคลซิแมค (สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช) อัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน
- ทำการยกร่อง ให้มีหน้ากว้างประมาณ 1 เมตร ความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ความยาวตามพื้นที่ จากนั้นเตรียมวางระบบน้ำหรือสปริงเกอร์ให้เรียบร้อย
- ขั้นตอนต่อไป เป็นการเตรียมเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะกล้า โดยแนะนำแช่เมล็ดในน้ำอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นหยอดเมล็ดให้เป็นแถวในร่องที่ทำไว้ ให้เมล็ดในแต่ละแถวห่างกันประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้ต้นกล้าขึ้นหนาแน่นและแย่งอาหารกัน แล้วกลบด้วยดิน และคลุมฟางหรือแกรบ รดน้ำให้ชุ่มทันที จากนั้นประมาณ 4-5 วันต้นกล้าจะเริ่มแตกใบอ่อน เพื่อเจริญเติบโตเป็นต้นกล้าต่อไป
เจตนารณ์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
ค่านิยมหลักของเจียไต๋
สารจากคณะผู้บริหาร
รู้จักเจียไต๋
ธุรกิจเมล็ดพันธุ์
ธุรกิจปุ๋ย
ธุรกิจอารักขาพืช
ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร
ธุรกิจผลสดและร้านอาหาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
สาระเกษตรน่ารู้
วีดีโอและมัลติมีเดีย